LOST IN VIETNAM | Mui Ne























Vietnam's BLOGS

Ho Chi Minh : https://www.fernnizinwonderland.com/single-post/2017/06/12/LOST-IN-VIETNAM-Ho-Chi-Minh-City

Da Lat : https://www.fernnizinwonderland.com/single-post/2017/06/26/LOST-IN-VIETNAM-Da-Lat

Vlog : https://www.youtube.com/watch?v=WZNQO0H6-_E&t=471s

Follow me on instagram : fernniz.k

HELLO THERE! [ภาษาไทยอยู่ข้างล่างจ้า]

It's the last blog of the trip! (finally!). Can't believe it took me this long to finish these blogs... well, at least I'm still finishing it! Like I mentioned in the last two blogs: this last one is about Mui Ne, a beautiful town with both the desert and the sea! Cool, right?

We left Da Lat at around 7 in the morning. Jew slept almost throughout the whole ride. I, on the other hand, have this anti-sleeping-on-vehicles syndrome. I can never sleep on a journey to anywhere. So I kept my eyes wide open for some photos on the way instead. A sad little life of a photographer who always afraid to miss those breathtaking shots. I'm glad I did that though. Road trip is just the best way to explore every country, isn't it?

The first thing we did after arriving was booking a jeep tour to the desert. We didn't even book a hotel for that night at the time and I suggest you do the same. Why? Because it can be a lot cheaper than booking in advance and you get to see the real place! We started off at the hotels near the bus station because we didn't want to walk our way back there in pitch black the next morning, as our bus to Ho Chi Minh left at 4.30 am. Yep, we're adventurous as heck. And our plan did work out. We got a sea view room in the most comfy hotel of the trip with only 32$. To be honest, you will never get a sea view room with that amount of money in Thailand. 

We chilled a bit before getting ready for the desert. There're another 2 westerners in the jeep when we got in. I heard them speak some language that sounded like German but somehow different that the German I speak. It was Swiss-German. The two lovely girls had been travelling the world for months. Their names were Annina and Simone. We got along amazingly well. Actually there're exactly like us in the western parts lol. 

The White Sand Dunes was, however, not like we expected. Forget the thought of getting those cool pics for instagram. The wind carried the sand which would irritate your body and you can barely open your eyes so sunglasses are always come in handy. Annine und Simone rented a bike and drive there on their own, whereas Jew and I paid for the staff to ride us there. The sand was so hard to walk on and the wind was frigging strong. We managed to get the photos together by kindly asked 2 Chinese people who were already there. We also got a poraloid which I would say was the best photo of trip...but unfortunately, it's lost somewhere in the desert. I reckon it must be while we rode back or tripped trying to walk straight on the sand. I'm so glad I took a photo of it beforehand. 

After the White Sand Dunes, it's the Red Sand Dunes. Here you can rent a slide board (if that's what it's called) and slide down the hills. There'll be a bunch of kids following you around and showing you how to slide properly so that you're convinced and want to rent a slide board from them. They're pretty cute if you ask me. Jew and I didn't do it. The Swiss girls shared one slide board though. We had a really good time chatting, taking pictures and doing some silly stuff with the board. Our last stop should be the sea where we can watch the sunset, but by the time we got there, the sun was already set. That's alright anyway. We still enjoyed the day. I have no idea how can two girls from Thailand and two girls from Switzerland have so much in common and get along so well in a short time that we agreed to have a dinner together after the tour.

That night we spent hours talking about pretty much every thing. You just gotta admit that stories from travellers are literally the best. They're always inspirational. I guess the quote "If travelling was free, you'd never see me again" is so damn true. There's something about being out there that gets me every time. I never want to come back once I'm out exploring the world and I don't mind travelling alone. Actually, travelling solo is sort of my thing. You never have to wait for anyone and can stay however long you want. Also, it's the best way of knowing yourself better and relieving anxiety that I've been suffering for a few years now. Try it if you haven't already, I strongly recommend it. Because you never know until you try.

Hope the blogs give you some inspiration :) I'm gonna try find to a job so that I can settle somewhere and be more organised and more importantly, so that I earn the money for the next trip!

Until next time!

xx

Fern

-------------------------------------------------------------------------

Vietnam's BLOGS & VLOG

บล็อกโฮจิมินห์ : https://www.fernnizinwonderland.com/single-post/2017/06/12/LOST-IN-VIETNAM-Ho-Chi-Minh-City

บล็อกดาลัท : https://www.fernnizinwonderland.com/single-post/2017/06/26/LOST-IN-VIETNAM-Da-Lat

บล็อกอื่นๆ : https://www.fernnizinwonderland.com/

Vlog : https://www.youtube.com/watch?v=WZNQO0H6-_E&t=471s

สวัสดีมุยเน่!

บล็อกสุดท้ายของทริปแล้ว (ในที่สุด!) ไม่อยากจะเชื่อว่าเฟิร์นจะใช้เวลานานขนาดนี้ในการจบสามบล็อกเวียดนามของเฟิร์น กลับมาเดือนกว่าๆ ได้แล้วนะนี่ แต่อย่างน้อยก็ยังมาลงจนจบนะ! เคยบอกแล้วสองบล็อกก่อนหน้านี้ว่าบล็อกนี้จะเกี่ยวกับเมืองมุยเน่ เมืองสุดเก๋ที่มีทั้งทะเลทรายและทะเล เจ๋งป่ะล่ะ?

เราออกจากดาลัทกันประมาณ 7 โมงเช้า จิวนอนหลับเกือบจะตลอดทั้งการเดินทาง ในขณะที่เฟิร์นเป็นโรค…โรคไม่เคยหลับบนรถได้เลยไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เพราะงั้นก็เลยเสาะหาช็อตถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย วิถีชีวิตอันเศร้าเล็กๆ ของช่างถ่ายภาพที่ไม่อยากพลาดสักวินาทีเพื่อเพอร์เฟกต์ช็อต (หัวเราะ) แต่ที่จริงก็ดีใจนะที่ทำอย่างนั้น เพราะโรดทริปนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสำรวจทุกประเทศเลย ไม่จริงเหรอ เราได้เห็นอะไรเยอะมากเลยนะเวลาที่นั่งรถ :)

สิ่งแรกที่ทำหลังมาถึงคือจองจิ๊ปทัวร์ไปทะเลทราย คืนนั้นไม่ได้จองโรงแรมไว้เลยค่ะ แล้วเฟิร์นก็จะแนะนำว่าให้ทำแบบเดียวกัน ถามว่าทำไม? คำตอบก็คือเพราะมันถูกกว่าจองล่วงหน้าและจะได้เห็นสถานที่จริงด้วยน่ะสิ! มีโรงแรมดีๆ ติดทะเลเยอะมากกกกที่มุยเน่ เราก็เลยเริ่มจากแถวบัสสเตชัน เดินเลาะมาเรื่อยๆ ไม่อยากไปไกลมากเพราะวันรุ่งขึ้นต้องเดินกลับไปขึ้นรถกลับโฮจิมินห์ตอน 4.30 น. ยอมรับว่าเฟิร์นกับจิวนี่โคตรผจญภัยเลย แต่นั่นเป็นวิธีเดียวที่ถูกที่สุดที่จะกลับไปโฮจิมินห์และขึ้นเครื่องบินตอน 15.50 กลับกรุงเทพได้ทัน แล้วเฟิร์นกับจิวก็ได้ห้อง Sea view ด้วยนะ ในราคาเพียงแค่ 32$ เท่านั้น! (ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณพันนิดๆ ไม่ถึงพันหนึ่งร้อย) บอกเลยว่าไม่มีทางได้ราคาดีขนาดนี้กับห้องที่มองเห็นทะเลที่ไทยแน่ๆ นับว่านี่เป็นการนอนโรงแรมที่หรูที่สุดในทริปเลยนะ สระว่ายน้ำก็มีด้วย แต่ก็นอนไม่คุ้มเท่าไหร่เพราะต้องออกเดินทางแต่เช้า…

หลังจากเช็กอินก็เลยนั่งเล่นสักแป๊บก่อนเตรียมตัวไปทะเลทราย มีสาวชาวต่างชาติอีกสองคนที่มาจิ๊ปทัวร์กับเราด้วย (รถนั่งได้ 5 คนรวมคนขับค่ะ) เฟิร์นได้ยินพวกเขาพูดภาษาที่คล้ายเยอรมัน แต่ก็ต่างจากเยอรมันที่เฟิร์นพูด ความจริงก็คือมันเป็นสวิสเยอรมันนั่นเอง สาวๆ ที่น่ารักสองคนนั้นออกเดินทางท่องโลกมาเป็นเดือนๆ แล้ว พวกเขาชื่ออันนีนากับซิโมเนอ เราเข้ากันได้ดีมากกก ทั้งสองคนเหมือนเฟิร์นกับจิวเด๊ะ แต่เป็นในพาร์ทของชาวยุโรป ฮ่าๆ

ยังไงก็ตาม ทะเลทรายขาวไม่เหมือนที่คิดไว้เลยค่ะ ลืมเรื่องที่ว่าจะแต่งตัวไปงามๆ เพื่อถ่ายรูปเก๋ๆ ไปลงอินสตาแกรมไปก่อนเลย… ลมที่พัดมาแรงมากและมักจะพัดเอาเม็ดทรายมาด้วย ซึ่งถูกผิวเราแล้วมันเจ็บ! แถมยังลืมตาแถมไม่ได้ถ้าไม่ได้พกแว่นกันแดดมานะ ข้อดีก็คืออย่างน้อยมันก็ไม่ร้อนเลย นี่พูดจริงนะ แดดไม่แรง ไม่ร้อนอย่างที่คิด อันนีนากับซิโมเนอนี่เช่ามอไซค์ (สำหรับขี่ในทะเลทราย เรียกว่าอะไรไม่รู้ ฮ่าๆ) แล้วขี่ไปเองก่อนแล้ว ส่วนเฟิร์นกับจิวจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เขาขี่พาไป แล้วปัญหามันก็อยู่ตรงนี้ เนินแรกที่เขาพาไปไม่ใช่จุดพีคที่สูงและสวยที่สุด แต่ก็นึกว่าเขาพาไปถ่ายรูปตรงนั้นก่อนแล้วจะมารับพาไปอีกจุดไง สักประมาณ 20 นาทีถัดมาเขาก็มารับ แต่ดันพากลับซะงั้น! พอลงมาไอ้เราก็ถาม ไหนบอกได้ชั่วโมงนึงไง คือจุดนั้นคนขับรถไม่ได้รู้เรื่องหรอก แต่คนที่ดีลให้ (คนเก็บเงิน) นางไม่รับผิดชอบเลยจ้า นางบอกกลับมาเอง ช่วยไม่ได้ ประมาณนี้ นี่ก็เลยโมโหมาก วีนสิรออะไร บอกไปว่าก็เห็นมารับ นึกว่าจะพาไปอีกจุด นางก็ปัดความรับผิดชอบอย่างเดียวเลยจ้า โอ้โห ตอนยังไม่จ่ายเงินทำมาเป็นพูดไทยด้วย พูดดีเชียว นางเดินหนีเลย แต่ยังดี คนขับมอไซค์ใจดียังพาไปส่ง แล้วก็ถามว่าจะกลับเมื่อไหร่เดี๋ยวมารับ เออ ค่อยดีขึ้นหน่อย เพราะงั้นระวังกันด้วยนะจ๊ะ

จะบอกว่าลมแรงมากจนเดินยากมาก แต่ก็สามารถถ่ายรูปคู่ได้สำเร็จ ด้วยการขอให้นักท่องเที่ยวชาวจีนสองคนที่อยู่ตรงนั้นก่อนแล้วถ่ายให้ แล้วก็ถ่ายโพราลอยด์มาด้วยนะ เป็นโพราลอยด์ที่สวยที่สุดในทริปแล้ว แต่ดั๊นนนน หล่นหายไปในทะเลทรายซะงั้น เฟิร์นเดาว่าน่าจะหายไปตอนนั่งรถผจญภัยนี่แหละ แต่ดีนะที่อย่างน้อยก็ถ่ายรูปมันเอาไว้ก่อนแล้ว

หลังจากไปทะเลทรายขาว ก็เป็นทะเลทรายแดงกันล่ะ ที่นี่เราสามารถเช่าบอร์ดมาสไลด์เล่นได้ด้วยนะ โดยจะมีเด็กๆ เดินตามตื๊อมาให้เราเช่า แล้วยังมาสไลด์โชว์ให้เราอย่างด้วย ฮ่าๆ แต่เด็กๆ น่ารักดีนะ แถมยังเก่งอังกฤษด้วย เฟิร์นกับจิวไม่ได้เช่าหรอก แต่สาวชาวสวิสเขาเช่ามาเล่นด้วยกันอันนึง สนุกมากเลยตอนนั้น ทั้งถ่ายภาพ อัดคลิป เล่นสไลด์ลงเนินแล้วก็พูดคุยกัน จุดสุดท้ายของทัวร์วันนั้นควรจะเป็นทะเลซึ่งเราจะได้ดูพระอาทิตย์ตกดินด้วย แต่ปรากฎว่าตอนไปถึงพระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นไรนะที่จริงแล้ว เพราะเรายังสนุกกันมากในวันนั้น เฟิร์นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไทยสองคนกับคนสวิสสองคนไหงมีอะไรคล้ายกันเยอะขนาดนี้แล้วยังเข้ากันได้ดีมากในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง สุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่าจะไปกินมื้อเย็นกันหลังทัวร์

คืนนั้นก็เลยใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งเมาท์กันเกือบจะทุกเรื่องเลย เรื่องราวของนักเดินทางนี่เป็นอะไรที่สุดยอดไปเลยจริงๆ นะคะ เพราะมันเป็นเรื่องที่ล้วนแล้วแต่ให้แรงบันดาลใจทั้งนั้น เดาว่าไอ้ที่เขาบอกว่า “ถ้าการเดินทางมันฟรี ชาตินี้คุณจะไม่เห็นหน้าฉันอีกเลย” นี่มันจริงโคตรเลย เฟิร์นไม่รู้ว่าทำไม แต่เวลาออกเดินทางทีไรจะรู้สึกดีมากทุกครั้งเลย รู้สึกมีแรงบันดาลใจ อยากจะออกไปข้างนอกโดยไม่ต้องกลับออกมาอีกแล้วก็ไปสำรวจอะไรที่เราไม่เคยเห็นซะ เฟิร์นชอบเดินทางคนเดียวด้วยนะ มันไม่ต้องรอใครดี แล้วจะอยู่ที่ไหน ถ่ายรูปนานเท่าไหร่ก็ได้ อีกอย่างมันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรู้จักตัวเองให้มากขึ้นและคลายเครียดจากโรควิตกกังวลที่เฟิร์นเป็นมาสองปีกว่าแล้ว ลองเดินทางคนเดียวดูนะถ้ายังไม่เคยทำ เพราะเราก็ไม่รู้หรอกนะถ้าไม่เคยลอง :)

หวังว่าบล็อกทั้งหมดนี้จะให้แรงบันดาลใจนะคะ จากนี้เฟิร์นต้องหางานอย่างจริงจังแล้วล่ะ จะได้ลงหลักปักฐานที่ไหนสักที่และจัดการอะไรได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ (เวลาอัพบล็อกมั่วไปหมดดดด) อีกอย่างที่สำคัญ จะได้เก็บเงินสำหรับทริปหน้าด้วยไง

แล้วเจอกันนะ!

เฟิร์น

#sunset #nightmarket #lifestyleblog #bangkok #hochiminh #summer #blogger #city #travelling #sea #traveller #trip #blog #sand #night #fun #hochiminhcity #wander #roadtrip #Photography #travel #travellers #traveling #tourist #beach #nature #tourism #photoblog #vietnam #southeastasia #asia