WHAT I PACK FOR A HOLIDAY | ไปเที่ยวทั้งที เอาอะไรไปบ้าง



ถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าเฟิร์นเป็นคนชอบเที่ยว…เฟิร์นก็คิดว่าคุณควรจะรู้ได้แล้ว :) เนื่องในโอกาสที่กำลังจะแพ็คกระเป๋าเดินทางไปยุโรปสิ้นเดือนหน้า เฟิร์นก็เลยเริ่มนั่งลิสต์สิ่งที่ตัวเองจะเอาไปและก็คิดว่าจะมาแชร์กับทุกคน (และทุกคนก็แชร์กับเฟิร์นได้ถ้าคุณมีไอเทมโปรดอะไร) บล็อกวันนี้จะพูดถึงไอเทมแบบ Must-Haves ของเฟิร์น รวมไปถึง Tips ควรรู้ต่างๆ สำหรับการเดินทางให้ฟังกัน


1. Clothes & Cosmetics

เหมือนกับที่กล่าวถึงการทำวีซ่าไปในบล็อกที่แล้ว เฟิร์นยังคงถือคติ “มีเยอะดีกว่าขาด” เวลาที่ไปไหนมาไหน ผู้หญิงเรานี่ขึ้นชื่อเรื่องการพกสัมภาระเยอะเวลาเที่ยวอยู่แล้ว และสิ่งสำคัญที่ต้องมีเลยคือเสื้อผ้ากับเครื่องสำอาง! ในส่วนของเสื้อผ้านั้นเฟิร์นจะมาเขียนโพสคอลเลกชั่นที่เฟิร์นจะพกไปยุโรปแยกให้ในเร็วๆ นี้ ส่วนเครื่องสำอาง…มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  • Essence Pure Nude Make-Up :

เป็นรองพื้นที่ให้เอฟเฟ็คต์แบบโคตรธรรมชาติมากๆ Natural กว่าทุกตัวที่เคยใช้มา เขาโฆษณาเอาไว้เลยว่าเบาเหมือนไม่ได้แต่งหน้า! และเฟิร์นก็ใช้ตัวนี้มาประมาณ 2-3 ปีได้แล้ว ราคาก็เบาสบายกระเป๋าแค่ประมาณ 250 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ตาม Boots หรือร้านออนไลน์อย่าง Konvy เหมาะสำหรับ Everyday-look ที่สำคัญคือขวดนึงใช้ได้นานมากกกก (แต่ข่าวร้ายคือเหมือนว่าเดี๋ยวนี้จะไม่มีขายแล้วฮือ)

  • Fresh Drop Pure Mineral Spray :

สเปรย์น้ำแร่ที่เอาไว้ฉีดหลังแต่งหน้าหรือเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสดชื่นระหว่างวัน ปกติแล้วจะมีสองยี่ห้อที่เฟิร์นใช้คือยี่ห้อนี้กับ Avene ข้อแตกต่างก็คือราคา Avene ถือว่าค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับ Fresh Drop ปกติเฟิร์นมีขวดใหญ่เอาไว้ใช้ที่บ้านและขวดเล็กสำหรับพกพา ขอยืนยันว่ามันช่วยเซ็ทเมกอัพได้จริงๆ นะ บางทีเวลาแต่งหน้าเสร็จเราก็รู้สึกเหมือนบางอย่างมันยังไม่ลงตัวใช่ไหม นี่แหละที่คุณต้องการ อีกอย่างสำหรับคนที่มีผิวบอบบาง น้ำแร่พวกนี้ยังช่วยลดระคายเคืองได้ด้วยนะ!

  • Tartelette Flirt Palette :

โดยส่วนตัวแล้วเฟิร์นชอบแบรนด์ Tarte มากเป็นพิเศษ นอกจากทุกไอเทมที่ Tarte ทำออกมาจะทำจากธรรมชาติแล้ว ตัวแพ็คเกจก็ยังสวยเลิศและเครื่องสำอางก็ติดทนนานอีกด้วย Flirt จะมาพร้อมกับอายแชโดว์ 6 สีในโทนสว่าง เฟิร์นว่ามันเหมาะดีเวลาที่ไปเที่ยวทะเล ค่อนข้างให้ลุค Playful หยิบมาแต่งทีไรคนก็ทักว่าสวยทุกที ฮี่ๆ

  • Victoria’s Secret Pure Seduction :

น้ำหอมขนาดพกพากลิ่นฮิตที่ชอบมากกก ยังไม่ถือว่าติดทนเท่าไหร่แต่เฟิร์นชอบเพราะมันพกง่ายนี่แหละ มี Mist อีกกลิ่นนึงที่ชอบซึ่งซื้อมาเป็นปีๆ แล้วก็ไม่หมดซะทีชื่อ Sheer Love ด้วยนะ แนะนำ!

  • Cloud Air Feel Glow SPF PA 50+++ :

ของสำคัญที่ขาดไม่ได้! ครีมกันแดด! ซึ่งตัวนี้นั้นถูกคิดค้นมาเพื่อผิวเอเชียอย่างเราๆ ให้ทนน้ำทนแดดและทนฝนที่แรงกว่าชาวบ้านชาวช่อง เขาเคลมเอาไว้ว่าบางเบาราวกับอากาศ (Air-Feel) เฟิร์นเองก็ยืนยันว่าบางเบาจริงนะ แต่พอทาแล้วจะรู้สึกว่าผิวลื่นๆ นิดนึง เดาว่าคนที่ผิวมันหรือผิวผสมอาจไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม ตัวนี้สามารถทาทัพเมกอัพระหว่างวันได้สบายยยย

  • Becca Apres Ski Glow Face Palette :

พาเลตต์สุดโปรดของเฟิร์นที่มีครบทุกอย่าง ตัวนี้ไม่แน่ใจว่ายังมีขายไหมเพราะมันเป็น Limited Edition ที่ถือว่าคุ้มสุดๆ เพราะมันมาพร้อมกับบรัชออน 2 สี บรอนเซอร์ 1 สีและไฮไลท์เตอร์ถึง 3 สีด้วยกัน ทุกคนน่าจะเคยได้ยินความพาวเวอร์ฟูลของไฮไลท์เตอร์แบรนด์นี้กันบ้างแล้ว หน้าพุ่งสมใจแน่นอน ชิมเมอร์เยอะนิดนึงนุ

  • ลิปมันและลิปสติก :

ในส่วนของลิปมันนั้นเฟิร์นขาดไม่ได้จริงๆ ขาดเธอเหมือนจะขาดใจจจ ทุกวันนี้ใช้ของ Maybelline ที่เป็น Baby Lip ชอบเพราะมันเย็นๆ ดีและมีสีด้วย เวลาทาไปแล้วทำให้ริมฝีปากดูเป็นสีธรรมชาตินะ ส่วนลิปสติกก็บ้าลิปแบบจุ่มมาสักพักแล้ว ในรูปก็จะเป็นของ NYX (เบอร์ 17 แซ่บเว่อร์) Kat Von D และ Kiss Me Harder ของ 4U2 ก็นะ…ผู้หญิงเรามีกี่สีก็คงไม่พอ

  • Rimmel London Stay Matte (สี Transparent) :

อีก 1 ไอเทมที่ใช้มานานพอๆ กับรองพื้นของ Essence เฟิร์นซื้อตัวนี้มาลองครั้งแรกตอนไปอังกฤษเมื่อ 4 ปีที่แล้ว (Boots ที่อังกฤษชอบจัดโปรซื้อ 3 แถม 1 ด้วยล่ะ ทำไมที่บ้านเราไม่มีบ้างงง) ได้ยินเขาบอกว่าดีๆ มานานก็เลยจัดซะหน่อย แล้วก็ไม่ผิดหวัง มันช่วยให้หน้าเนียนจริงๆ นะ แถมติดทนนานสมคำร่ำลือ

  • Kanebo Suisai Beauty Clear Powder :

ไอ้ก้อนจิ๋วๆ ที่มุมล่างซ้ายของรูปนะ เผื่อใครหาไม่เจอ ฮ่าๆ เฟิร์นเคยรีวิวตัวนี้ไปแล้วเมื่อตอนปลายปีและคาดว่าทุกคนน่าจะได้เห็นมันบ่อยมากขึ้นเพราะตอนนี้ Watson เขาเอามาขายแล้ว มันคือผงที่จะกลายเป็นโฟมล้างหน้าเมื่อโดนน้ำ ชิ้นนึงเก็บไว้ใช้ได้ 2 ครั้งแน่ะ ที่สำคัญคือพกพาง่ายไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะ แนะนำที่สุดเลยตัวนี้

  • Bath & Body Works (A Thousand Wishes) :

นี่ก็เป็นอีกตัวที่เคยรีวิวไปแล้ว โลชั่นทาผิวที่หอมมมและให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคริสต์มาส ทั้งตัวโลชั่นนี้และเทียนกลิ่นเดียวกันที่ขายในช็อปเป็นอะไรที่ดีงามมาก ที่จริงเฟิร์นมีครีมทาผิวแบบออร์แกนิคอีกตัวที่เคยใช้ตอนอยู่เยอรมนี ไปเจอตอนไปเที่ยวเบอร์ลิน เป็นครีมที่หอมขนาดที่ทุกคนถามเลยว่าซื้อจากไหน ทุกวันนี้เฟิร์นยังเก็บขวดเอาไว้อยู่เลย กะว่าเดี๋ยวไปครั้งนี้จะลองไปหาซื้อดูอีกเพราะมันหอมลืมโลกเลยจริงๆ ถ้าเจอจะมารีวิวแน่นวลลล


2. Body Care + Pillow Mist

  • One & All Sun Smart SPF 50+++ :

นอกจากจะมีครีมกันแดดทาหน้าแล้ว ก็ต้องมีครีมกันแดดทาตัวด้วย แต่ไอเทมนี้พิเศษหน่อย เพราะนอกจากจะใช้ได้ทั้งหน้า ตัว และยังใช้กับผมได้อีก! นี่เป็นสเปรย์กันแดดสูตรใสที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมง่าย แห้งเร็ว ขวดเดียวคือคุ้มมากแต่ราคาก็จะดาเมจหน่อยๆ ประมาณ 950 บาท เวลาฉีดออกมาจะไม่สี ชอบตรงซึมเข้าผิวง่ายมากๆ แต่ข้อเสียคือขวดใหญ่ พกพายากนิดหน่อย

  • One & All Tahiti Lagoon & Bulgaria Rose Water Mist :

สเปรย์น้ำแร่ตาฮิติที่มีส่วนผสมของน้ำกุหลาบบัลแกเรีย ช่วยเพิ่มความสมดุลของผิว แบรนด์นี้เขาชอบออกอะไรมาให้ใช้คุ้มในขวดเดียวเพราะนี่ก็ใช้ได้กับทั้งหน้า ตัวและผมอีกแล้ว เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ถ้าไปปีนเขาละก็แนะนำเลย มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ที่ช่วยลดความอักเสบและระคายเคืองด้วยนะ

  • The Oasis Spa Sweet Dream Pillow Mist :

สเปรย์ฉีดหมอนเพื่อให้นอนหลับสบาย เฟิร์นพกไปไหนมาไหนตลอดด้วยความที่เป็นคนหลับยาก เวลาใช้ก็แค่ฉีดห่างจากหมอน 1 ฟุต แค่ 2-3 ครั้งก็พอแล้ว พอทิ้งหัวลงหมอนนี่รู้สึกอย่างกับอยู่ในสปาเลยทีเดียว


3. Accessory

มาดูแอสเซสเซอรีกันบ้าง นี่เป็นไอเทมหลักๆ ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดของเฟิร์นเลย

  • แว่นตา :

เฟิร์นสายตาสั้นมากกกก (ใครอยากพาไปทำเลสิกทักพี่มาที ฮ่าๆ) ปกติจะใส่คอนแทกเลนส์ แต่ถ้าขาดแว่นไปนี่ยิ่งกว่าขาดใจอีกคราวนี้ ใครที่สายตาสั้นจะเข้าใจว่ามันลำบากขนาดไหน ยิ่งถ้าตอนกลางคืนนะไม่ต้องพูดถึงเลย

  • แว่นกันแดด :

Marco Polo สีโรสโกลด์ จำชื่อรุ่นไม่ได้แง แบรนด์ที่ชอบเอามาลดราคาตามห้างนั่นแหละ เฟิร์นชอบสีมากเป็นพิเศษ อีกอย่างมันก็เป็นไอเทมที่ชิคที่สุดเวลาถ่ายภาพ เฟิร์นมีแว่นกันแดดไม่เยอะค่ะ แต่ก็คิดว่าอย่างน้อยก็ควรมีดีๆ สักอันเนอะ

  • โชกเกอร์ สร้อยข้อมือและสร้อยคอ :

สามตัวนี้มาจากแบรนด์ H&M เป็นคอลเลคชั่น Cochella ใส่ทั้งโชกเกอร์และสร้อยคอพร้อมกันได้นะ โบฮีเมียนควีนเว่อร์ ส่วนสร้อยข้อมือก็กิ๊บเก๋เวลาใส่พร้อมกับนาฬิกา ลองมิกซ์แอนด์แมตช์ดู

  • นาฬิกา :

Daniel Wellington Classic Black Reading Rose Gold 36mm…โอ๊ย ชื่อยาวเหลือหลาย นาฬิกาแบรนด์ดังจากอังกฤษที่ดูหรูและแพงเวลามาอยู่บนข้อมือของเรา เฟิร์นคิดว่าการใส่นาฬิกาช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเราได้เลยนะ เราจะดูมีภูมิฐานและดูเป็นคนที่มีแพลน มีการจัดการที่ดีในทันที (ลองคิดภาพหนุ่มหล่อใส่นาฬิกาสิ) และที่พิเศษก็คือแบรนด์นี้เขาเพิ่งมาเปิดช็อปที่ไทยและจัดโปร 1 แถม 1 อยู่ เอ้า รู้แล้วรออะไรล่ะ รีบไปสอยสิ!


4. Gadgets & Notebook

  • Cheero Power Plus (10400 mAh) :

นี่เป็นสิ่งที่เฟิร์นพกไปไหนตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนไปเที่ยว แต่พกทุกวัน…พาวเวอร์แบงค์นั่นเอง แท่นแท๊น ไอ้เจ้าตัวสีชมพูๆ น่ารักๆ นั่นแหละ ตัวนี้เฟิร์นซื้อมาจาก Loft เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เยส…4 ปีค่ะซิส ตัวนี้ชาร์จได้ประมาณ 4 ครั้งเลยทีเดียว แถมถ้าชาร์จแบตทิ้งไว้แล้วไม่ได้ใช้ เจ้าตัวนี่มันก็ยังเก็บประจุได้นานถึงสามเดือน สุดยอดไปเลยใช่ไหม นี่ใช้มา 4 ปียังดีอยู่เลยนะ ราคาก็ประมาณสองพันต้นๆ

  • Fuji Instax Mini90 Neo Classic :

กล้องโพราลอยด์ก็เป็นอีกตัวที่เฟิร์นพกตลอด มันคลาสสิกเหมือนชื่อมันใช่ไหมล่ะ รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่สามารถถ่ายภาพซ้อนได้ด้วย คือกดไปช็อตนึงแล้วฟิล์มจะยังไม่ออกมา ให้เราเปลี่ยนท่าแล้วกดอีกช็อตถึงจะออก แล้วมันก็จะมีตัวเรา 2 คนอยู่ในนั้น แถมยังมีโหมดถ่ายภาพระยะใกล้ โหมดปาร์ตี้และอื่นๆ อีกนะ

Tips :

กล้องนี้ราคาประมาณห้าพันกว่าบาท (แล้วแต่สถานที่ซื้อ) ที่แพงคือฟิล์ม ถ้าซื้อแค่ห่อเดียวอาจแพงถึง 300 กว่าบาทเลยก็ได้ ซึ่งตกฟิล์มละสามสิบกว่าบาท (กล่องนึงมี 10 ฟิล์ม) ปกติแล้วเฟิร์นจะสั่งฟิล์มสำหรับใช้ทั้งปีมาทีเดียว คือซื้อทีละ 10 กล่อง (100 ฟิล์ม) ใน Lazada สามารถหาราคาถูกได้ถึง 1,800 เลยนะ คือตกฟิล์มละ 18 บาทเอง ถูกลงไปตั้งเกือบครึ่ง! ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าฟิล์มมีวันหมดอายุ ถ้าไม่ได้ใช้เยอะก็ไม่คุ้มนะจ๊ะ

  • Canon EOS 600D / Fuji X-T10 :

กล้องโปรที่ไม่ได้อยู่ในรูปเพราะเฟิร์นใช้มันถ่ายรูปนี้ แฮ่ๆ รูปทั้งหมดในบล็อกนี้ถ่ายโดย Fuji X-T10 ค่ะ ตัวนี้เป็นกล้องของน้องเฟิร์นซึ่งเฟิร์นไม่ถนัดใช้นัก ปกติแล้วเฟิร์นจะใช้ Canon EOS 600D รูปที่เห็นเวลาไปทริปจะถ่ายด้วยตัวนั้นทั้งนั้น ข้อเสียคือใหญ่และหนัก แต่ภาพดีงามมากๆ ส่วน Fuji นั้นสำหรับเฟิร์น เฟิร์นคิดว่าภาพมันฟรุ้งฟริ้งไปหน่อย แต่ข้อดีคือเบา สวยและมี Wi-Fi ในตัว ถ่ายปุ๊บส่งเข้ามือถือด้วยแอปและอัพลงได้เลย อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน

  • สมุด/แพลนเนอร์ :

ด้วยความที่เป็นนักเขียน เฟิร์นก็มักจะพกสมุดหรือแพลนเนอร์ไปไหนมาไหนตลอดเวลา ได้ใช้บ้าง ไม่ได้ใช้บ้าง (ส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้) แต่ก็ขอให้ได้เอาติดไปสักหน่อยเผื่อจะเขียนอะไร มันไม่เหมือนจดโน๊ตในไอโฟนนี่นา


5. Travel Insurance

ไม่ว่าจะร้อนจะหนาว จะเดินทางต่างประเทศหรือในประเทศ เราก็อยากจะมีความมั่นใจเอาไว้ก่อนทั้งนั้น ประกันการเดินทาง เองก็เป็นสิ่งสำคัญ แล้วเฟิร์นก็มี Tips เล็กๆ มาบอกอีกแล้ว…เวลาที่จะจองเครื่องบิน ไม่ว่าสายการบินใดก็ตาม ทุกคนสังเกตหรือไม่ว่าทางสายการบินมักติ๊กช่อง “ซื้อประกันการเดินทาง” ให้เราโดยอัตโนมัติ แล้วหลายคนก็มักไม่ได้ติ๊กออกเพราะคิดว่า “ไม่กี่ร้อยบาทเอง ซื้อๆ ไปเถอะเพื่อความปลอดภัย” หรือหลายคนก็เลือกที่จะไม่ซื้อเลยเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะการเดินทางมีความเสี่ยง…เฟิร์นเป็นคนหนึ่งล่ะที่เลือกจะกันไว้ก่อนดีกว่าไปแก้ทีหลัง

แต่! สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ ก็คือ…สายการบินต่างๆ ขายประกันการเดินทางให้เราในราคาที่แพงกว่าการออกไปซื้อเองกับเว็บไซต์ประกันโดยตรง อันที่จริงแล้วเราสามารถซื้อ ประกันเดินทางในประเทศ ได้ในราคาแค่ 55 บาท ใช่…55 บาท! ราคาพอๆ กับข้าวกล่องหน้าปากซอยเลย!

เมื่อเจอของถูกและดีกว่า นักเดินทางสาย low cost อย่างเฟิร์นมีหรือจะพลาด ฉะนั้นตอนจองตั๋วเครื่องบิน เมื่อถึงขั้นตอนที่ให้เลือกซื้อประกันเดินทาง เฟิร์นจะติ๊ก No ออกไปก่อน แล้วมาซื้อเองข้างนอกตามเว็บไซต์ประกันออนไลน์ เพราะจะได้ดีลที่ดีกว่าเยอะเลย

ส่วน ประกันการเดินทางในประเทศ ที่เฟิร์นเลือกซื้อเวลาไปต่างจังหวัดนั้นคือ TIP FLY SURE ของทิพยประกันภัยเพราะจากที่ลองเทียบกับประกันเดินทางของหลายๆ สายการบินแล้วของที่นี่คุ้มสุดทั้งในแง่ราคาและความคุ้มครอง คือ แบบเที่ยวเดียวจะอยู่ที่ 55 บาท หรือแบบไป-กลับ 129 บาท ที่คุ้มครองตลอดทั้งทริป นานถึง 30 วัน ไม่ว่าจะค่าอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล ทรัพย์สินและเที่ยวบินล่าช้า จะเห็นได้ว่าราคาถูกกว่าที่สายการบินขายหลายเท่า แถมวิธีการซื้อก็ง่ายดายมากๆ เพียงแค่มีตั๋วเครื่องบิน ก็สามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว

ทางเว็บไซต์ : https://www.tipinsure.com/tipflysure

หรือทางแอปพลิเคชัน TIPINSURE M

กรอกรายละเอียดแค่เพียงไม่กี่อย่างเสร็จแล้วก็นอนตีพุงรอกรมธรรม์ทางอีเมล ง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากแค่นี้เราก็ได้ทั้งความสบายใจและความมั่นใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงไหม ลองดูค่ะ กับของแบบนี้อย่าไปเสียดายเงินเลย มีครั้งนึงเหมือนกันที่กระเป๋าเดินทางของแม่เฟิร์นแตกตอนที่โหลดใต้เครื่อง แต่โชคดีที่ทำประกันไว้ก่อน ประกันก็เลยจ่ายค่าเสียหายให้ ถ้าไม่ได้ทำคงทั้งเจ็บใจและเสียตังค์…กันไว้ดีกว่าแก้เนอะ!


ทั้งหมดนี้คือไอเทม Must-Haves ของเฟิร์นเอง อาทิตย์หน้าเฟิร์นจะทำอะไรที่ต่างไปจากทุกครั้ง (รู้สึกเหมือนพูดอย่างนี้ทุกครั้ง) คือการตอบคำถาม Q&A เพราะตลอดระยะเวลาที่เขียน Blog และเขียนนิยายและเขียนบล็อกมามีรีดเดอร์ถามคำถามเข้ามามากมาย และหลายคำถามก็มักจะซ้ำๆ กัน เช่น…

  • เวลาแต่งนิยายเริ่มจากอะไร

  • ได้แรงบันดาลใจจากไหน

  • ทำธีมนิยายยังไง

  • ใช้กล้องอะไร

  • แต่งภาพยังไง

  • คิดพล็อตยังไง

  • อยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนต้องทำยังไง

  • ฯลฯ

…บลาๆ ดังนั้นครั้งนี้เฟิร์นจะเปิดโอกาสให้ทุกคนถามเข้ามาเลย อยากรู้อะไรบ้างถามมา จะเรื่องอะไรก็ได้ เฟิร์นจะตอบถ้าสามารถตอบได้ จะเป็นการตอบอย่างละเอียดและรวบรวมทุกคำถามและคำตอบเอาไว้ใน Blog เดียวไปเลย คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนอยากอ่านนะ ถ้ายังไงส่งคำถามเข้ามาได้ จะเมนท์ไว้ข้างล่าง หรือส่งมาทางเพจ ทางไลน์ เมนท์ในนิยาย แล้วแต่! ส่งมาตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.นะ!

แล้วเจอกันค่ะ

xx

Fern

Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz

#travel #traveling #travelling #trip #items #mushave #review #cosmetics #travelinsurance #ทพยประกนภย #ประกนการเดนทาง #ทองเทยว