JUNE FAVOURITES | ไอเทมโปรดเดือนมิถุนายน!



ครึ่งปีมาทีนะบล็อก Favourites นี้ ฮ่าๆ จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เขียนคือ December Favourite เป็นบล็อกแรกที่กลับมาเขียนอย่างจริงๆ จังๆ และมีการแจกรางวัลด้วย :) ยังบอกไม่ได้อีกนั่นแหละว่าจะมีแบบนี้บ่อยแค่ไหน แต่จะพยายามนะคะ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า สำหรับไอเทมโปรดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาของเฟิร์นนั้นมีหลายอย่างด้วยกัน มันเป็นช่วง Midyear Sale เนอะ แค่ Sephora อย่างเดียวก็กวาดเงินเฟิร์นไป 4 พันกว่าบาทแล้ว TT (แต่ของแถมก็เพียบเลยนะ ไม่ใช่แค่ของทดลองแต่เป็นเครื่องสำอางเป็นชิ้นๆ เลย แบรนด์ Tarte ด้วย!) เฟิร์นลองใช้หลายอย่างแล้วก็ชอบมาก ถือว่าเป็นการชอปปิงที่ประสบความสำเร็จ…อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวก็ไม่ใช่ของที่ออกใหม่นะคะ มีมานานแล้วแต่เฟิร์นเพิ่งมาใช้ก็มี แฮ่ๆ


1. Trilogy Certified Organic Rosehip Oil (45 ml.)

มาเริ่มกันที่สกินแคร์ดีกว่า ขอเท้าความก่อนว่าเฟิร์นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิว (เดือนนึงอาจจะขึ้นสักเม็ดสองเม็ดตามฮอร์โมนที่เปลี่ยนเวลารอบเดือนมา) แต่มีปัญหาเรื่องรอยสิวตัลหลอดดดด ขึ้นมาเม็ดนึง ไม่ได้แกะไม่ได้เกา แต่ทิ้งรอยไว้อยู่นั่น! ฮึ่ม น่าโมโห ใครประสบปัญหาเดียวกันคงรู้ว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน เฟิร์นก็พยายามเสาะหาวิธีมากำจัดรอยสิวเหล่านี้ และก็เห็น Rosehip Oil ตัวนี้มานานมากแล้วแหละ เพราะเขาออกมาหลายปีแล้วและยังได้รางวัลอยู่เป็นยี่สิบสามสิบรางวัลไม่หยุดไม่หย่อน แต่ราคามันดาเมจเหลือเกินก็เลยไม่ได้สอยสักที สุดท้ายพอ Sephora เอามาเซลเลยขอสอยมาสักหน่อย

อันนี้เฟิร์นยังใช้ได้ไม่นานนะ แค่ประมาณอาทิตย์เดียว ใช้ 3-4 หยดหลังลงสกินแคร์ทุกอย่างหมดแล้วในตอนกลางคืน ส่วนตอนเช้าใช้ผสมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ เฟิร์นเป็นคนหน้ามัน ตอนแรกก็กังวลว่ายิ่งใช้จะยิ่งมันหรือเปล่า แต่ไม่เลยนะ ปกติ จะบอกว่ามันช่วยให้เมคอัพติดมากขึ้นด้วย ส่วนเรื่องรอยแผลเป็นนั้นยังไม่เห็นผล (แต่เห็นรีวิวที่ไหนเขาก็บอกว่าหายเร็วมาก ไว้จะมารายงานความคืบหน้าอีกที)

ราคา : 1,184฿ (โปรของ Sephora จากราคาเต็ม 1,480฿) ถ้า 20 ml. จะ 840฿

สอยได้ที่ : Sephora และร้านชั้นนำทั่วไป


2. Estee Lauder Advance Night Repair (7 ml.)

อันนี้เป็นเซรั่มตัวขนาดจิ๋วที่ซื้อมาลองใช้ก่อน หลายคนคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะนี่ก็เป็นสกินแคร์หนึ่งตัวที่เขารีวิวกันว่าดีงามพระรามเก้า แต่ราคาขวดเต็มจริงๆ ประมาณสี่พันกว่าบาท…เพราะงั้น เฟิร์นก็เลยสอยแค่ขนาดทดลองมา ฮ่าๆ อันนี้ขอรับประกันอีกเสียงว่าดีจริง ใช้แค่ตอนกลางคืนค่ะ ไม่ต้องใช้เยอะ มันช่วยให้ผิวแข็งแรงมากๆ ใครทำงานหรือปาร์ตี้มาหนักๆ ไอ้ตัวนี้ช่วยให้ไม่ดูโทรมได้เลย คือดียยยยย์ จะซื้อใช้ต่อแน่นวล

ราคา : ขนาด 50ml จะอยู่ที่ 4,600 แต่ถ้า 7ml อันเล็กๆ จะ 400-800 แล้วแต่โปรของร้านตั่งตางงง

สอยได้ที่ : Sephora, เคาน์เตอร์แบรนด์และร้านชั้นนำทั่วไป


3. Clinique Fresh Pressed 7-Day System With Pure Vitamin C

มาจ้ะ! ตัวนี้ยังไม่ลองแต่ขอใส่ไว้ในลิสต์ก่อนเลย เพราะอะไรรรร! เพราะไปอ่านรีวิวมาแล้วมันดีเลิศประเสริฐศรีที่สุด! ถามว่ามันคืออะไร มันคือเคลนเซอร์กับบูสเตอร์ผสมวิตามิน C บริสุทธิ์ที่จะช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสภายใน 7 วัน เขาการันตีมาเลยว่าใสขึ้นแน่นอน! ตัวเคลนเซอร์คือที่เป็นซองๆ ซึ่งจะช่วยปลุกผิวพรรณของเราในยามเช้า คือให้ใช้ล้างหน้าและทิ้งไว้ 1 นาทีเพื่อให้วิตซีนี้ซึมเข้าผิว ส่วนบูสเตอร์นั้นให้ใช้แค่ 2 หยด ผสมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ตอนเช้าและเย็น คำแนะนำข้างกล่องเขาเขียนเอาไว้เลยว่า “แนะนำให้ใช้ 7 วันแล้วหยุด” ดังนั้นเฟิร์นเดาว่ามันคงจะเข้มข้นมากเลยทีเดียว และเขาบอกว่าถ้าหลัง 7 วันแล้ววิตามินอาจจะเปลี่ยนสีเพราะสภาพอากาศจึงไม่แนะนำให้ใช้ต่อ ในรีวิวเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าผิวกระจ่างใสขึ้นมากหลัง 7 วันจนคนทักเลยว่าไปทำอะไรมา แถมทำให้สามารถลดขั้นตอนการแต่งหน้าลงได้ด้วย (เพราะผิวใสแล้วไม่ต้องปกปิดอะไรมากมาย)

เฟิร์นจะลองในเร็วๆ นี้และจะถ่ายรูปเก็บไว้ทุกวันเพื่อมารีวิวอีกทีว่าดีจริงๆ ขนาดไหน แต่แน่นอนของดีอย่างนี้ราคาก็ไม่เบาเหมือนกัน…

ราคา : 1,300฿

สอยได้ที่ : Sephora เท่านั้น (เป็นของ Exclusive for Sephora Only)


4. L’occitane Reine Blanche Infusion Crème (50 ml.)

อันนี้เฟิร์นใช้มาเป็นปีแล้วล่ะ แต่อยากเอามารวมเพราะมันควรค่าแก่การบอกต่อ…นี่เป็นครีมที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิงค่ะ เฟิร์นชอบเพราะนอกจากจะหอมมากแล้วยังซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ ใช้แค่นิดเดียวก็ทั่วหน้า ที่สำคัญหน้ากระจ่างใสจริง! จริงแบบจริงมาก ช่วยให้หน้านุ่มด้วย ใช้ก่อนลงเมกอัพได้ดีมาก บอกตรงๆ ว่านี่เป็นแบรนด์โปรดเลยยย เฟิร์นเคยใช้ตัวนี้กับอีกตัวที่คล้ายๆ กันแต่เข้มข้นกว่าคือ Reine Blanche Rich Whitening Cream ส่วนตัวคิดว่าผลลัพธ์คล้ายๆ กันนะ ตัวหลังอาจจะดีกว่านิดหน่อย (แน่นอนว่าแพงกว่าด้วย)

ราคา : 2,690฿

ซื้อได้ที่ : เคาน์เตอร์และเว็บ L’occitane


5. Benefit Cosmetics Badgal Bang Mascara (8.5 g)

ตัวนี้พราวด์ลี่พรีเซนต์มากกกก…เป็นมาสคาร่าที่ Blogger/Vlogger เมืองนอกเขาพูดถึงมาสักพักใหญ่ๆ แล้วว่าดีมาก ดีสุดๆ คือเสียงยืนยันความสุดยอดมันเยอะมากจนเฟิร์นทนไม่ไหว ทีแรกลังเลระหว่างตัวนี้กับอีกตัวที่ออกใหม่ของ Smashbox ที่ชื่อ Super Fan ประเด็นคือตัวนั้นก็รีวิวดีแต่ถูกกว่า ฮ่าๆ แต่สุดท้ายก็สอย Badgal Bang มา ได้มาวันแรกรีบลองเลย ข้างล่างนี้เป็นรูปที่ถ่ายจากมือถืออาจจะคุณภาพไม่เท่ากล้องต้องขออภัยยยย


แต่ที่แน่ๆ มันเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยว่าปัดแล้วเด้งขนาดไหน! นี่ขอบอกว่าเฟิร์นไม่ได้ดัดขนตาก่อนปัดด้วยนะ เริ่ดค่ะ ไม่ได้ล้างออกยากมากด้วย แต่หักคะแนนนิดนึงเพราะก็ยังเยิ้มอยู่ดี (แต่เฟิร์นเป็นคนผิวมันด้วย ใช้ยี่ห้ออะไร แพงแค่ไหนก็เป็นอย่างนี้ตลอด) โดยรวมถือว่าดีจริง ขนตาไม่ติดกันเป็นก้อนและแปรงก็ปัดง่ายมากๆ ซื้อใช้ต่อแน่นอน (ถ้าไม่ได้กลับไปต่อขนตานะ)

ราคา : 1,000฿

สอยได้ที่ : Sephora และเคาน์เตอร์แบรนด์


6. Tarte Lights, Camera, Lashes 4 in 1 Mascara & Tarteist Lash Paint Eye

ยังอยู่กันที่มาสคาร่าอยู่ ไม่ใช่ว่าเฟิร์นซื้อมาใช้ 3 ตัวพร้อมกันในเดือนเดียวนะ ตัว Lights, Camera, Lashes 4 in 1 Mascara นี้ใช้พอยท์แลกมาค่ะ ส่วน Tarteist Lash Paint Eye เคยได้แถมมาตอนซื้อพาเลทท์เมื่อนานมาแล้ว แต่ที่ยกมาเพราะตั้งใจจะเปรียบเทียบทั้ง 2 ตัวนี้กับตัว Badgal Bang ให้ฟัง

ส่วนตัวเฟิร์นยกให้ Badgal Bang เป็นอันดับหนึ่งตอนนี้ รองลงมาเป็น Tarteist Lash Paint Eye เพราะตัวนี้ทำให้ขนตายาวและเด้งแบบดูเป็นธรรมชาติมากกกก ตอนได้มานี่ใช้บ่อยมาก ชอบจริงๆ แต่ก็ยังมีเลอะอยู่บ้างอยู่ดีแหละ (ย้ำอีกทีว่าเพราะเฟิร์นผิวมัน) ส่วนตัว Lights, Camera, Lashes 4 in 1 Mascara นั้นทำชื่อเสียงไว้ดีมาก จริงๆ เฟิร์นชอบทั้ง 2 ตัวเลย ประสิทธิภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ ต่างตรงที่ตัว Lights, Camera, Lashes 4 in 1 Mascara เลอะง่ายกว่า ปัดไปแป๊บเดียวเริ่มเปื้อนแล้วฮืออออ

อย่างไรก็ตาม Tarte ก็ยังเป็นแบรนด์ที่ชอบที่สุดอยู่ดี หุหุ ด้วยความออร์แกนิคสุดๆ และแพ็คเกจสุดสวยของแบรนด์นี้น่ะเนอะ

ราคา : 950฿ (เท่ากันทั้ง 2 รุ่นสำหรับขนาดปกตินะ ในรูปนี้เป็นขนาดพกพาค่ะ)

สอยได้ที่ : Sephora



7. Tarte Amazonian Clay Waterproof Bronzer (Park Ave Princess)

ยังอยู่กันที่ Tarte ค่ะ ตัวนี้เฟิร์นได้เป็นของแถมมา Tarte นี่นอกจากลดราคาเยอะแล้วยังจะมีการแจกแถมกันสุดๆ ไปเลยอีกต่างหาก นี่เป็นบรอนเซอร์เนอะ ชอบแพ็คเกจมาก แถมสียังเหมาะกับซัมเมอร์ (ตอนนี้เป็นซัมเมอร์ยุโรปเนอะ) ไม่มีชิมเมอร์นะแต่ให้ลุค Sun Kissed กับ Glow ดีชอบบบบ ที่สำคัญมันดีงามตรงที่เป็น Waterproof นี่แหละ แถมยังดูธรรมชาติและเบลนด์ง่ายมากๆ อ้อ ติดทนนานด้วยนะ!

ราคา : 1,229฿ (ราคาขนาดเต็มนะ)

สอยได้ที่ : Sephora


8. Tarte Ready Set Radiant Skin Mist (7 ml.)

ยัง ยังไม่ไปไหน ยังอยู่ที่ Tarte นี่แหละ ฮ่าๆ นี่เป็นอีกหนึ่งของแถมที่ได้มาค่ะ เป็น Mist ที่ช่วยเซ็ทเมกอัพนั่นเอง จะฉีดก่อนลงรองพื้น หลังลงรองพื้นหรือจะหลังแต่งหน้าเสร็จก็ดี อันที่จริงเฟิร์นลองใช้ Avene กับ Fresh Drop แล้วก็ชอบดี แต่อันนี้แปลกกว่าอันอื่นคือมีส่วนผสมของแตงกวา สารสกัดจากแอปเปิล น้ำมันจาก Tea Seed และใบยูคาลิปตัส เวลาใช้ต้องเขย่าๆ ก่อน คือมันจะเป็นสีขุ่นๆ ดูข้นกว่า Mist ทั่วไป และที่เฟิร์นชอบคือมีกลิ่นหอมมม ฉีดครั้งแรกนี่รู้เลยว่ามีส่วนผสมของแตงกวา ให้ลุคดิวอี้ดีค่ะ

ราคา : 950฿ (Sephora มีโปรลด 50% เหลือ 475฿ ตอนนี้)

สอยได้ที่ : Sephora


9. Tarte Tarteist Pro Glow Liquid Highlighter – Stunner (Limited Edition)

ยังงงง ยังอยู่ที่ Tarte ฮ่าๆ บอกแล้วว่าเป็นแบรนด์โปรด! ตัวนี้เป็นลิควิดไฮไลเตอร์ค่ะ สอยมาเพราะลด 50% และเป็น Limited Edition (แต่ตอนนี้ในเว็บเกลี้ยงไปแล้ว) ตัวนี้สีสวยมากกกก ออกทองๆ แต่ก็ดูเหมือนเป็นโรสโกลด์ด้วย บอกไม่ถูก ส่วนเรื่องพิกเมนต์นี่ Tarte เขาขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าชัดและติดทนนาน นี่ดูเหมือนจะใช้ได้นานมากเพราะบีบออกมาใช้นิดเดียวก็ทั่วแล้ว จะใช้ผสมรองพื้นให้หน้าดู Glow ก็ดี หรือจะใช้เป็นไฮไลท์ไปเลยก็ได้

ราคา : 600฿ (ลดจาก 1,200)

สอยได้ที่ : Sephora


10. Sephora Collection Extra-Gentle Bi-Phase Makeup Remover For Eyes & Lips (50ml)

เสร็จจากเมกอัพ เราก็มาดูตัวรีมูฟเวอร์กันบ้าง ยอมรับว่าเหตุผลที่เฟิร์นไปต่อขนตาก่อนหน้านี้ก็เพราะว่าเวลาปัดมาสคาร่าแล้วชอบขี้เกียจล้างนี่แหละ พอมาช้อปเซโฟร่าและเจอตัวนี้เลยซื้อมาลองดู ใช้ครั้งแรกก็ใช้ลบมาสคาร่า Badgal Bang เลย ทีแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย แต่เฮ้ยยย เอาโปะตาไว้ไม่กี่วินาที รูดปื้ดเดียวออกเยอะมาก ถึงกับรักเลยทีเดียว ที่สำคัญยังอ่อนโยนมาก ไม่มีแสบตาเลยสักนิด ดีงามสุดๆ จนคิดว่าต้องซื้อใช้ต่อแน่นอน ขนาด 50 ml นี่อาจจะเหมาะกับการพกพามากกว่านะ ถ้าใครใช้ทุกวันแนะนำให้สอย 100 ml ไปเลย คุ้ม!

ราคา : 230฿ (50 ml.) และ 400฿ (100 ml.)

สอยได้ที่ : Sephora


11. Ira Natural Lip Balm Peach

มาดูลิปมันกันบ้าง ถ้าใครยังจำได้จากบล็อกที่แล้ว เฟิร์นเคยบอกไปแล้วว่ามันเป็นของที่ขาดไม่ได้จริงๆ อันนี้เป็นแบรนด์ไทยค่ะ ออกมาสักพักแล้วด้วย ที่น่ารักคือแพ็คเกจของเขาทำจากธรรมชาติ คือมันเป็นกระดาษ ไม่มีพลาสติกเลย ข้อเสียก็คือต้องดันตัวลิปขึ้นมา (ไม่ใช่หมุน) และครั้งแรกจะดันยากหน่อย ตอนที่ใช้ทีแรกนี่สิ่งแรกที่เฟิร์นพูดเลยคือ “หอมมากกกก” กลิ่นพีชชัดเจนมาก ชอบอ่ะ ที่ผ่านมาเฟิร์นลองใช้ลิปมันหลายแบรนด์แล้ว แต่ปากก็ยังแห้งแตกเป็นบางช่วงอยู่ดี แล้วพอได้มาลองตัวนี้ (เฟิร์นใช้เฉพาะตอนกลางคืนนะ) ปากแทบไม่แตกอีกเลยยย แนะนำให้ลองค่ะ

ราคา : ประมาณ 200 บาท (แล้วแต่เว็บ)

สอยได้ที่ : ตามเพจขายเครื่องสำอางหรือเว็บไซต์ทั่วไปเลย


12. Quint Cleaner-Pro, Guard-Pro & Anti-Bacterial Multi Purpose Spray

จบจากสกินแคร์และเมกอัพก็มาดูผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษาสิ่งของของเรากันบ้าง สามตัวนี้เป็นโฟมทำความสะอาดอเนกประสงค์ สเปรย์กันน้ำและสเปรย์ป้องกันแบคทีเรียค่ะ หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้ แต่ผลิตภัณฑ์ของเขาอย่างตัว Anti-Bacterial นี่ก็ผ่านการรับรองจากหน่วยงานของสหรัฐอเมริกามาแล้วเลยนะ ทั้งองค์การอาหารและยาและยังสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมอีก เฟิร์นชอบตัวแพ็คเกจเป็นพิเศษเพราะดูหรูและแพงมากๆ (แต่ราคาไม่แพงเลยนะ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณภาพ)


ทั้ง 3 ตัวนี้จะมาพร้อมกับถุงกระดาษเป็นเซ็ท เฟิร์นลองตัว Cleaner-Pro หรือโฟมทำความสะอาดอเนกประสงค์เป็นตัวแรกเลย ถามว่าใช้กับอะไรได้บ้าง…ก็คราบและร่องรอยต่างๆ บำรุงผิวของเครื่องหนัง ทั้งกระเป๋าหรือรองเท้า โลหะ พลาสติก ไวนิลก็ยังใช้ได้เลย!

ส่วนตัวเฟิร์นเอามาลองกับ Adidas Stan Smith ลูกรักที่ไม่ได้ซักมาหลายเดือนแล้ว (แฮ่ๆ) ตัวนี้ขอบอกก่อนว่าตรงเหลืองๆ นั้นเกิดจากความที่รองเท้าคู่นี้มีอายุประมาณ 3 ปีแล้ว มันก็เหลืองไปตามกาลเวลาเนอะ ที่จะให้โฟกัสคือคราบดำๆ ทั้งหลายในรูป Before จะเห็นได้ว่าออกเกือบทั้งหมดเลย (เหลือแค่รอยขีดข่วนเท่านั้น แต่คราบสกปรกหาย) วิธีใช้ก็ง่ายมากๆ แค่ใช้ผ้าเช็ดๆ โฟมก็พอแล้ว สะดวกและประหยัดเวลาสุดๆ

BEFORE


AFTER


พอทำความสะอาดเสร็จปุ๊บก็ใช้ตัว Guard-Pro หรือสเปรย์กันน้ำพ่นๆ ไปเลย ตัวนี้จะช่วยป้องกันทั้งน้ำ ของเหลว คราบสกปรกและฝุ่นละออง ใช้ได้กับหนัง ผ้า โลหะ ไม้และอื่นๆ ซึ่งมันจะช่วยยืดอายุการใช้งานด้วยนะ ฉีดแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง จริงๆ ไม่กี่ชั่วโมงก็แห้งแล้ว แต่จะทิ้งไว้ทั้งคืนก็ดี และถ้าอยากเพิ่มประสิทธิภาพก็เอามาฉีดประจำจะดีที่สุด

ส่วนตัวสุดท้ายคือ Anti-Bacterial คือที่บ้านเฟิร์นเนี้ยยยหมาเยอะมากกก ต้องทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ แต่บางครั้งเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกลี้ยงไหม ที่บ้านเฟิร์นเลยมีสเปรย์สารพัดชนิดเลย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่แนะนำ ข้อดีคือมันอ่อนโยนมากๆ ใช้กับพวกเครื่องนอนได้สบายเลย แถมยังมีขนาดที่พกพาไปใช้งานได้ทุกที่อีกต่างหาก ฉีดได้หลายที่เลยค่ะ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โซฟา ห้องน้ำ ห้องนอน ฯลฯ สเปรย์ตัวนี้จะมีกลิ่นอ่อนๆ แต่หอมดี และเขาก็ได้รับการทดสอบอย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะว่ายับยั้งแบคทีเรียได้จริง ของดีๆ อย่างนี้ควรมีติดบ้านไว้เด้อออ!

อ้อ! แล้วตอนนี้ทาง Quint เขาก็ไปออกบูธที่งาน Baby and Kids Best Buy บูธ K14 อยู่ที่เมืองทองนะ ใครสนใจก็ไปกันเลยยยย

ราคา : Cleaner-Pro – 690฿ / Guard-Pro – 890฿ / Anti-Bacterial Multi Purpose Spray 390฿

โปรโมชั่น! : เพียง 1,600฿ เมื่อสั่งทั้งเซ็ท (จากราคาเต็ม 1,970฿)

FB/IG/Line : @quintprofessional

Tel. : 092-4655665

และทั้งหมดนี้ก็คือไอเทมโปรดประจำเดือนมิถุนายนของเฟิร์น จะพยายามหามาเขียนทุกเดือน ของเก่าของใหม่บ้างแล้วแต่ บล็อกนี้ไม่เน้นรีวิวของใหม่ เน้นรีวิวของดี ฮ่าๆๆ ล่าสุดนี่ก็มีออเดอร์ของ Watson กำลังจะมาส่งอยู่อีกนะ และพอสิ้นเดือนเฟิร์นจะไปเยอรมนีก็จะสรรหาผลิตภัณฑ์น่าสนใจมารีวิวกัน ที่นู่นมีร้านคล้ายๆ กับ Drugstore ที่ชื่อ DM ซึ่งขายแทบทุกอย่างและเฟิร์นชอบไปเดินมากๆ รับรองว่าตลอดเดือนสิงหา-ตุลาคม เกือบๆ 3 เดือนนี้มีแต่บล็อกเยอรมนี-ยุโรปที่น่าสนใจแน่!

ตอนนี้แพลนของเฟิร์นคือนอกจากเยอรมนีแล้วจะไปเยือน Liege (เบลเยี่ยม) และปารีสด้วย ไม่แน่ใจว่าจะไปดิสนีย์แลนด์ไหม แต่เดี๋ยวรู้กันเลยยยย และน่าจะมีไปเที่ยวมากกว่านี้นะ เพราะแพลนนี้แค่ช่วงต้นเดือนสิงหาถึงกลางเดือนเท่านั้น

อยากอ่านกันหรือยังงงงง!?

แล้วเจอกันแน่นอน

xx

Fern

Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz

#sephora #sale #cosmetics #howto #makeup #skincare #routine #estee #trilogy #benefitcosmetics #tarte #clinique #quint #review #loccitane #blog #beauty #beautyblog #beautyblogger