AN UNFORGETTABLE EXPERIENCE ON A FORGOTTEN ISLAND | ประสบการณ์ไม่รู้ลืมบนเกาะที่ถูกลืม - เกาะยาวน้อย



เมื่อไม่กี่วันมานี้ (เกือบจะ) เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นนนน…ซึ่งก็คือ จู่ๆ ฮาร์ทดิสก์ของเฟิร์นก็เสีย ส่งผลให้เปิดเครื่องไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากซื้อฮาร์ทดิสก์ใหม่ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องลงวินโดว์ใหม่ และ! ต้องโบกมือบ๊ายบายไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในคอม…

อย่างไรก็ตาม เฟิร์นเป็นพวกเตรียมตัวไว้เผื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสักวันอยู่แล้ว (โน๊ตบุคที่ใช้อยู่เก่ามากกกก น่าจะสัก 10 ขวบได้แล้ว Dell เลยจ้ะ อึดที่สุดในโลก) ดังนั้นเฟิร์นจะเซฟไฟล์สำคัญๆ ต่อชีวิตทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกไฟล์นิยายเอาไว้ใน external drive และ flash drive ตลอดเวลา…พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจึงไม่ได้เสียหายอะไรมากมาย ยกเว้นแต่เสียดายรูปเก่าๆ ที่หายไป รูปสมัยไปแลกเปลี่ยนด้วย ฮือ แต่…ก็โชคดีอีกแหละที่เฟิร์นมักสร้างอัลบั้มไว้ในเฟสบุค เลยพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เฟิร์นเลยไปขุดย้อนดูไฟล์รูปเก่าๆ ที่เหลืออยู่แน่ๆ ก็มีไฟล์ตั้งแต่ปี 2015 จากนั้นก็ไปสะดุดรูปจากทริปนึงในต้นปี 2016 เข้า…ถ้าใครยังจำได้ เฟิร์นกับจิวเวลรีเพื่อนสนิทมีธรรมเนียมที่จะต้องไปเที่ยวด้วยกันทุกปี และปีนั้นก็คือปีที่เราไปทัวร์เกาะกัน

เกาะภูเก็ต ทัวร์ 7 เกาะไปกระบี่ บลาๆ และเกาะที่ถูกลืม…เกาะยาวน้อย


บล็อกวันนี้เฟิร์นจะมาแชร์เรื่องนี้ค่ะ เกาะยาวน้อย เฟิร์นคิดว่าเฟิร์นชอบรูปที่ถ่ายมามาก และแม้มันจะผ่านมาประมาณสองปีกว่าได้แล้ว แต่นี่ก็ยังเป็นเกาะที่เฟิร์นอยากกลับไปอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นก็รู้สึกว่าคนไทยเราแทบจะไม่พูดถึงเกาะนี้กันเลย ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันเป็นเกาะที่เหมาะแก่การไปพักผ่อนมาก

สิ่งแรกที่ทุกคนควรจะรู้คือเกาะนี้อยู่ในจังหวัดพังงาค่ะ ตอนนั้นเฟิร์นนั่งเครื่องบินไปลงที่ภูเก็ตก่อน จากภูเก็ตนั้นจะนั่งแท็กซี่หรือโบกสองแถวไปท่าเรือบางโรงก็ได้ ซึ่งท่าเรือนี้ก็คือท่าเรือที่เราต้องนั่งเรือข้ามไปเกาะยาวน้อยนั่นเอง…เฟิร์นกับจิวเลือกนั่งสองแถวนะ จำไม่ได้แล้วว่ากี่บาท แต่ไม่แพงเท่าไหร่ และที่ท่าเรือบางโรงจะมีเรือไว้ให้บริการทุกชั่วโมงค่ะ มีทั้งเรือเร็วและเรือธรรมดา ถ้าเรือเร็วจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนเรือธรรมดาก็ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าใครไม่รีบอะไรนั่งเรือธรรมดากินลมชมวิวไปก็ได้นะ ธรรมชาติแถวนั้นสวยดีค่ะ เฟิร์นอัดวิดีโอไว้เพียบเลย



สำหรับที่พักนั้น เฟิร์นกับจิวจองที่พักในราคาถูกมากๆ คืนละ 300-400 บาท (ไม่มีแอร์) เป็นโรงแรมที่ชื่อว่า “ป่าทราย คอตเทจ” ลักษณะที่พักจะเป็นคล้ายๆ บังกะโลคนละหลัง เป็นไม้ มีมุ้ง เรียกได้ว่าวินเทจและได้บรรยากาศเว่อร์ แต่ข้อเสียคือตอนกลางคืนตุ๊กแกเยอะมาก ได้ยินเสียงตุ๊กแกอยู่บนหลังคาตลอด อาจไม่เหมาะกับคนกลัวตุ๊กแก ฮ่าๆ

เราสองคนอยู่ที่เกาะแค่คืนเดียวค่ะ เอาจริงๆ ที่มาก็เพราะได้ยินว่ามันเงียบสงบมากและอยากจะมาพักผ่อน แต่เกาะนี้ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไร นอกจากแค่มีทะเลและธรรมชาติให้ไปชม เหมาะสำหรับคนที่อยากจะพักสมองเฉยๆ แต่เฟิร์นขอแนะนำเลยว่าการพักผ่อนแบบนี้มันดีมากๆ…ผู้คนที่นั่นใช้ชีวิตแบบชิลและสโลว์ไลฟ์ ไม่ใช่แค่คนท้องถิ่นนะ แต่นักท่องเที่ยวก็ด้วย เราจะเห็นฝรั่งขี่มอไซค์ชมเกาะ ใส่กางเกงตัวเดียวเดินเท้าเปล่า นั่งอ่านหนังสือ หรือนอนเล่นริมทะเลตลอดเวลาเลย

ที่แปลกก็คือ…เกาะนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไทยเลยยยยยย

คือมันไม่มีจริงๆ มีแต่ฝรั่งอ่ะ และที่แปลกมากกว่าคือ 90% เป็นคนเยอรมัน! คืออออ…อะไรอ่ะเธออออ มันตลกมาก คาดว่านี่คงจะเป็นสถานที่เที่ยวลับๆ ที่ดังในเยอรมนี (นี่ขนาดเฟิร์นเคยอยู่เยอรมนีมาก่อนยังเพิ่งรู้เหมือนกัน) หรืออาจจะเป็นเกาะที่พวกคนเยอรมันมาแวะกันก่อนจะไปภูเก็ต (เกาะภูเก็ตดังมากในเยอรมนี) คือดีอ่ะซิ้ส ทุกคนเฟรนด์ลี สนุกสนาน ช่วยทำให้บรรยากาศมันดีมากขึ้นไปอีก


แน่นอนว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เฟิร์นกับจิวก็นี่เลย เช่ามอไซค์สำรวจเกาะบ้าง เดินๆ ออกจากโรงแรมหาที่เช่า ขอบอกก่อนว่าบนเกาะนี่ไม่มีร้านจอดมอไซค์เป็นตันเหมือนจังหวัดอื่นนะ เฟิร์นเดินไปแถวข้างโรงแรมที่จะเป็นร้านอาหาร (ร้านตามข้างทาง ไม่ใช่ร้านหรูหรา) เจอลุงคนนึงให้เช่าก็เลยเช่ามาในราคา 150 บาท แต่อย่างที่บอกว่าคนบนเกาะนี้ชิล…ลุงแกนี่ไม่เอากระทั่งบัตรประชาชนไว้เป็นตัวรับประกันด้วยซ้ำ เออไม่รู้จะใจดีไปไหนอ่ะ เดาว่าชีวิตบนเกาะเล็กๆ คงอย่างนี้

ตอนที่เช่ามอไซค์มาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน แค่อยากลองดูรอบๆ เกาะ แต่สิ่งที่เจอมันดีกว่าที่คิดมาก คือเราขี่มอไซค์เข้าไปในป่า (ป่าเลยนะ) แวะจอดข้างทางเพื่อชมวิวของทะเลในมุมอื่นๆ ที่ต่างจากหน้าโรงแรม ไปท่าเรือ เจอพวกเด็กๆ เตะบอลหรือพายเรือ คือเห้ยยยย…สบายใจ สโลว์ไลฟ์อะไรเบอร์นั้นอ่ะ นี่เฟิร์นกับจิวเป็นคนเมืองหลวงนะ แต่ชอบขึ้นมาเลยทีเดียว ทุกอย่างดูเงียบสงบและสบายใจมากๆ ไม่เชื่อก็ลองดูในรูปเอา








ขี่มอไซค์ไปไม่เท่าไหร่ก็แทบจะทั่วเกาะอยู่และ ตกเย็นเลยแวะไปกินอาหารร้านดีๆ หน่อย (แต่จำชื่อร้านไม่ได้ แง) ร้านนี้อยู่ริมทะเลค่ะ เข้าไปยากนิดนึง แต่วิวสวยมากกกก ที่ร้านมีคล้ายๆ กับโป๊ะให้เรือมาเทียบท่าด้วย ซึ่งเรือที่ว่านี่คือเรือยอร์ชส่วนตัวที่นักท่องเที่ยวเขาเช่ามากันนะ (แต่ไม่ได้มาจอดไรเยอะแยะนะ มีแค่ลำเดียวเอง) คือดีอ่ะ ไม่รู้จะพูดไง การกินอาหารอร่อยๆ ริมทะเล มองออกไปเห็นวิวแบบนี้และดูพระอาทิตย์ตกไปด้วยมันสุดยอดอ่ะ




แย่หน่อยที่เวลาของเฟิร์นกับจิวบนเกาะนั้นหมดลงอย่างรวดเร็ว ตอนขี่มอไซค์กลับโรงแรมนี่มื๊ดมืด แต่ก็อย่างว่า มันเป็นเกาะเล็กๆ เนอะ หลังสองทุ่มก็มืดตึ๊ดตื๊อแล้ว…อย่างไรก็ตาม เฟิร์นยังได้ภาพสวยๆ ตอนนั่งเรือกลับมาภูเก็ตอยู่นะ :)

แนะนำให้ลองไปมากๆ เลยค่ะเกาะนี้ เดี๋ยวนี้ค่าเครื่องบินก็ไม่แพงแล้ว ค่าที่พักบนเกาะยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ อาหารการกินก็หาง่าย ลองไปใช้ชีวิตแบบสโลว์สุดๆ และพักสมองดู ทุกวันนี้เฟิร์นยังนึกอยากกลับไปอยู่เลยนะ


จะบอกว่าอันที่จริงเกาะนี้ทำให้เฟิร์นนึกถึงตอนไปเวนิซที่อิตาลีนิดหน่อย เฟิร์นเคยไปค้างที่นั่นคืนนึงเหมือนตอนไปเกาะยาวน้อยเลยค่ะ และใครจะคิดล่ะว่าเกาะที่ตอนกลางวันครึกครื้นมากกกก นั่งท่องเที่ยวเดินเบียดเสียดเต็มสองข้างทาง…ตกกลางคืนจะเงียบสงบขนาดที่ว่าถ้ากู่ร้องไปดังๆ คงจะได้ยินทั้งเกาะ เป็นประสบการณ์ที่แปลก (ในทางที่ดี) มากเลย เวนิซเนี่ยนะที่จะเงียบมากๆ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละ

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรเป็นยังไงจนกว่าจะได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง :)

อย่าลืมนะ ถ้าทุกคนจะจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างจังหวัด อย่าลืมติ๊ก No ตรงช่องเลือกซื้อประกันการเดินทางของสายการบินออก และมาแพ็ค ประกันการเดินทางในประเทศ TIP FLY SURE จากทิพยประกันภัยติดกระเป๋าไปด้วยดีกว่า นอกจากจะราคาถูกกว่าแบบครึ่งๆ แล้วยังคุ้มครองครบถ้วนสูงถึง 4 ล้านอีกต่างหาก สำหรับการเดินทางเที่ยวเดียวแค่ 55 บาท และไป-กลับ 129 บาทเท่านั้น มีแต่คุ้มกับคุ้ม! เพราะได้รับความคุ้มครองไปตลอดทริป เอาเป็นว่าตั้งแต่เครื่องออกยันบินกลับ ปกติเราเสียเงินกับอะไรที่มากกว่านี้โดยไม่เสียดายเยอะแยะ (นึกถึง Midyear Sale กับ 1 แถม 1 ของ Watson ตอนนี้สิ หมดกันไปเท่าไหร่แล้ว…) แต่นี่เป็นการคุ้มครองชีวิต ดังนั้นอย่าลังเลเลยยยย


รายละเอียดเพิ่มเติม:

เว็บไซต์ : www.tipinsure.com/tipflysure

แอปพลิเคชัน : TIPINSURE M

ประกันการเดินทางนี้คุ้มครองการเดินทางภายในประเทศนานสูงสุดถึง 30 วัน คุ้มครองทั้งชีวิต อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล สัมภาระ ไฟลท์ดีเลย์ ที่เริดสุดคือมีบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงด้วย กรอกรายละเอียดน้อยมากๆ เสียเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ได้รับความคุ้มครองตลอดทั้งทริป เราไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรตอนไหน แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้แปลว่าจะเกิดไม่ได้เด้ออออ


ลากันไปเท่านี้นะคะสำหรับบล็อกนี้ ตอนนี้เฟิร์นกำลังเตรียมตัวเยอรมนีอยู่ (อีก 2 อาทิตย์เท่านั้น ฮูเร่!) และอย่าลืมว่าเดี๋ยวจะมีรีวิว 1 ไอเทมจากบล็อกที่แล้ว ซึ่งก็คือตัว Clinique Fresh Press 7-Day System With Pure Vitamin C ที่เคยบอกไปแล้วว่ามีเสียงรีวิวมากมายว่าใช้ครบ 7 วันแล้วหน้ากระจ่างใสจนคนรอบข้างทัก! ตอนนี้เฟิร์นใช้ครบแล้วและเฟิร์นว่ามันเห็นความแตกต่างจริงๆ นะ ผิวดีขึ้นด้วย เดี๋ยวจะมารีวิวให้ดูด้วยรูปของทั้ง 7 วันที่เฟิร์นถ่ายไว้เลย

นอกจากนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสำหรับบล็อกยุโรปแบบนอนสต็อป! ทริปที่เฟิร์นมีแพลนไว้ตอนนี้นอกจากกลับบ้านที่เยอรมนีและพาจิวทัวร์แล้ว (ใช่แล้ว! จิวก็จะมาทัวร์ยุโรปด้วย) ก็ยังมีไปเยือนเมือง Liege ประเทศเบลเยียม และ Paris ซึ่งนั่นรวมไปถึง Disneyland Paris ด้วยนะจ๊ะ! จะรวบรวมทิปต่างๆ มาให้แน่นอน รออ่านได้เลย!

แล้วเจอกัน

xx

Fern

Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz