MARCH FAVOURITES | ไอเทมโปรดเดือนมีนาคม



สวัสดีค่าซิ้สทั้งหลายยย หลังจากที่ข้ามบล็อก Fabruary Favourites ไปเพราะยุ่งมากกก และไม่ค่อยได้ลองอะไรใหม่ เดือนนี้เฟิร์นกลับมาแล้วกับ March Favourites ไอเทมโปรดเดือนมีนาคมนั่นเอง ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยยยย


1. Bath & Body Works Forever Red Body Cream

ขอเอาตัวนี้ขึ้นก่อนเพราะมันเป็นควันหลงมาจากช่วงวาเลนไทน์ คือเกริ่นก่อนด้วยว่า Body Cream ของแบรนด์นี้เนี่ยเฟิร์นเคยหอบไปใช้ที่เยอรมนี และทุกครั้งที่อาบน้ำลงมาโฮสจะบอกว่าหอมมากกก มันทั้งติดทนและกลิ่นชวนเคลิ้มฝันสุดๆ (ตอนนั้นใช้กลิ่น A Thousand Wishes) พอช่วงที่ช็อปที่สยามจัดโปรเลยลองสอยตัวนี้มา ซึ่งจะแพงกว่ากลิ่นอื่นๆ (ราคาตัวปกติอยู่ที่ 690 ตัวนี้น่าจะ 950 ถ้าจำไม่ผิด) แต่ครือออออมันหอมมมมมเย้ายวน ติดทนนาน กล่นแบบเซ็กซี่นิดๆ หวานหน่อยๆ ใช้ตัวนี้แฟนต้องรักต้องหลงอ่ะเธอ มันดีมากกกก อยากบอกต่อ!


2. Herbivore Botanicals Blue Clay Mask Detoxifying Treatment Mask

เป็นครั้งแรกที่สั่งแบรนด์นี้มาลองใช้ จริงๆ เห็นมาสักพักแล้วแหละ แพ็คเกจเขามินิมอลน่ารักน่าใช้กรุบกริบมาก แถมแบรนด์นี้ยังใช้ส่วนผสมที่ออแกร์นิคดีต่อผิวสุดๆ ปกติจะเห็นตัว Pink Cloud กับ Moon Fruit บ่อยๆ แล้วคือพักหลังเฟิร์นไปแพ้อะไรสักอย่างไม่รู้ สิวเห่อขึ้นมาอีกแล้ว (อยากจะร้องไห้ ฮือออ) ก็เลยหยุดใช้สกินแคร์ไปหลายอย่างแล้วลองสอยตัวนี้มาดู เพราะเขาบอกว่ามันช่วยเรื่องสิวกับขจัดสิ่งสกปรกอุดตัดได้ดีมาก ก็เลยเอาวะ ไหนมาลองดู

ตัวนี้จะเป็นขนาด 60 กรัม ราคาอยู่ที่ 850 บาทซึ่งถือว่าถูกแล้วถ้าเทียบกับมาสก์ตัวอื่นๆ ของแบรนด์นี้ และเฟิร์นคิดว่าน่าจะใช้ได้นานมากๆ เลยเพราะตัวมาสก์เป็นผง เวลาใช้ให้เราผสมน้ำเอง ไม่มีบอกนะว่าให้ผสมแค่ไหน งานนี้ต้องกะเอาปริมาณที่เราต้องการใช้ล้วนๆ ข้อดีคือมันผสมง่าย นิดเดียวก็ทาได้ทั่วหน้าแล้ว (เฟิร์นใช้ไม่ถึงครึ่งช้อนชาเลย) หรือถ้าจะใช้แต้มสิวเป็นจุดๆ ก็ได้เหมือนกัน ใช้ครั้งแรกก็รู้เรื่องเลย สิวแห้งและยุบดีมากกก แต่ไม่แนะนำให้มาสก์ทิ้งไว้นานมากนะเพราะจะทำให้หน้าแห้งได้ หลังล้างแล้วรู้สึกได้เลยว่าหน้าสะอาดและเนียนนุ่มขึ้น คือดีท็อกซ์จริงอ่ะซิสคะ เรื่องลดรอยสิวมั้ยนี่ยังไม่แน่ใจ ต้องขอลองใช้ไปสักพักก่อน แต่แค่นี้ก็เลิฟแล้วอ่ะเธอ

ใครอยากไปตำก็ www.sephora.co.th นะจ๊ะ หรือจะไปซื้อที่ช็อป Sephora ก็มีขายจ้า


3. Some By Mi AHA-BHA-PHA 30 Day Miracle Toner

อ่ะ เห็นเขาโฆษณาไว้ใหญ่โต ภายใน 30 วันรอยสิวจะจางหายลงเหมือนมีปาฏิหาริย์ตามชื่อ ก็เลยสอยมาสักหน่อย (ของเก่าก็ยังไม่หมด) ตัวนี้ถือว่าเป็นโทนเนอร์ตัวดังของเกาหลีเลย แล้วเจ้าตัว AHA-BHA-PHA สามตัวนี้เนี่ยมีคุณสมบัติทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดความมัน ลดสิว กระชับรูขุมขนและรักษาความชุ่มชื้นไปพร้อมๆ กัน นอกจากนั้นก็ยังมี Niacinamide 2% และทรีทีด้วยเด้อ! นับว่าเป็นส่วนผสมที่ล้ำค่ามากสำหรับคนผิวมัน เพราะมันช่วยลดมันและลดอุดตันได้จริงงง และยังพอเหมาะพอเจาะกับเฟิร์นที่อยากจะรักษาสิว ตัวนี้ขวดจะเป็นสีเขียว กลิ่นโทนเนอร์จะเป็นกลิ่นมินต์หน่อยๆ เฟิร์นชอบนะ หอมชื่นใจ

แต่! ถามว่ามัน Miracle สมชื่อมั้ยบอกตรงๆ ว่าไม่ขนาดนั้นนะ ใช้มาเกือบจะครบเดือนและ สิวลดลงจริงแต่รอยสิวมันไม่ได้จางหายไปแบบมหัศจรรย์อย่างที่เขาว่าขนาดนั้น ซึ่งเฟิร์นก็คิดเอาไว้แล้วแหละว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันยังถือว่าจางลงไวกว่าโทนเนอร์ตัวอื่นๆ ที่เคยใช้มา ดังนั้นก็ยังติดโผอยู่ในไอเทมโปรดสำหรับเดือนนี้อยู่ ถ้าอยากได้ผลมากกว่านี้คงต้องใช้ต่อไปอีกเรื่อยๆ ตัวนี้รู้สึกว่าอ่อนโยนกับผิวด้วยนะ ก้มหน้าก้มตาใช้ต่อไปจ้า


4. Kelly Paully Aura Boosting Perfection Cream & Ultra Boosting Perfection Night Cream

สองตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ไทยแบรนด์ใหม่สุดๆ และเฟิร์นก็ได้ตัว Day กับ Night Cream มาลองอย่างละตัว ขอเกริ่นเรื่องแบรนด์ก่อน Kelly Paully เนี่ย เขาตั้งใจคิดค้นสกินแคร์ที่เหมาะกับสาวเอเชียอย่างเราๆ โดยเฉพาะ โดยใช้ส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพิเทร่า หรือ Bifida ที่แบรนด์ดังทั้งหลายชอบใช้และมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และยังมีสารสกัดจากกระบองเพชรจากเกาหลี เราก็รู้กันว่ากระบองเพชรเป็นพืชที่ทนน้ำทนฝน ดังนั้นมันจึงให้สารสกัดที่ทนสภาพอากาศและยังช่วยกักเก็บน้ำทำให้ผิวดูนุ่มฟู สุขภาพดีด้วย นอกจากนั้นเขาก็ยังผสมสารสกัดจากดอกไม้ขาวอีก 6 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบขาว ดอกบัว คาโมมายล์ ลิลลี่ มะลิและเลมอนบาล์ม ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใส จุดด่างดำจางลงและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงขึ้นด้วยเด้อ

แบรนด์นี้ตัวแพ็คเกจดูหรูหราสวยงาม ใช้ง่าย ส่วนตัวเนื้อครีมของ Night Cream จะมีสีเข้มกว่า Day Cream เล็กน้อย แต่ทั้งสองตัวนี้นั้นไม่มีกลิ่นเลยยยย ตอนแรกนึกว่าอาจจะผสมน้ำหอมอะไรอย่างนี้ แต่ปรากฏว่ามันไม่มีกลิ่นเลยจ้า ยืนยันความเป็นธรรมชาติที่แท้ทรู และคนผิวมันอย่างเฟิร์นจะต้องเลิฟ เพราะว่าใช้แล้วมันไม่มัน! ย้ำ! มันไม่มัน! ระหว่างวันก็ไม่ ซึ่งดีมากกก เนื้อครีมก็เกลี่ยง่าย ซึมดีและไม่เป็นคราบ คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้เพราะมันอ่อนโยนต่อผิว ตัวนี้คือเป็นแบรนด์ที่ใหม่มากๆ และมีขายเฉพาะออนไลน์นะแต่คุณภาพระดับเคานเตอร์แบรนด์ไปเลย ใช้แล้วรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ดูสุขภาพดีมากขึ้นและอิ่มน้ำด้วย คิดว่าถ้าใช้ติดต่อกันเรื่อยๆ ก็จะเห็นผลยิ่งขึ้นอีก

ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 1,250 บาท แต่ตอนนี้จัดโปรอยู่ เหลือ 980 บาท ใครสนใจก็ไปทางนี้ เพจ Kelly Paully Thailand หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Line : @Kellypaully


5. Laneige Water Sleeping Mask [Lavender]

มาสก์อีกแล้ว มาสก์มันไปจนกว่าจะผิวใสเท่าสาวเกาหลีค่ะ (หัวเราะ) แบรนด์นี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว สารภาพว่าจริงๆ ซื้อมาเพราะจะให้ยอดมันครบพอที่จะได้โปรใน Sephora ฮ่าๆๆ แต่เออเฮ้ย…พอลองใช้แล้วมันดีอ่ะ ตัวนี้เป็นมาสก์ที่ไม่ต้องล้างออก ทาไว้แล้วนอนไปได้เลย ขอชมเรื่องกลิ่นก่อนเป็นอันดับแรก กลิ่นลาเวนเดอร์หอมมมมลืม เนื้อครีมเหมือนจะเหนียวเหนอะหนะแต่เนื้อมันเป็น Water Mask พอทาไปแล้วก็หายไปเลยยย ให้ความชุ่มชื้นดีมาก รู้สึกว่าลดระคายเคืองได้ด้วย ตื่นเช้ามาผิวอิ่มน้ำ ฟูแบบสุขภาพดีอ่ะ ใช้บ่อยแค่ไหนก็ได้เอาจริง แค่ 360 บาทเท่าน้านนน (ขนาดมินิ)


6. The Ordinary Ascorbyl Tetraisopalmitate Solution 20% in Vitamin F

เมื่อไหร่แบรนด์นี้จะตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ง่ายๆ บ้างนะ…พิมพ์ไปนี่ไม่รู้ถูกเปล่า ฮ่าๆ เนื่องจากตัววิตซี Suspension 30% มันหมดแล้วเฟิร์นก็เลยซื้อตัวนี้มาลองหลังตัดสินใจอยู่นาน เพราะมันแพงกว่าวิตซีตัวอื่นๆ ของแบรนด์นี้ แต่ข้อดีของมันก็คือใช้ร่วมกับ Niacinamide (Vitamin B3) ได้และไม่ไปลดคุณภาพเหมือนเวลาที่ใช้ร่วมกับวิตซีตัวอื่น ก็เลยอ่ะ เอามาลองแล้วกัน

ตัวนี้เป็นอนุพันธ์วิตามินซีที่เสื่อมสภาพได้ยาก ให้ผลลัพธ์ดีกว่าวิตซีทั่วไป 7 เท่าแน่ะ เพราะมันมีเนื้อเป็นน้ำมันและสามารถซึมสู่ผิวชั้นในได้มากกว่า แต่ถามว่าคนผิวมันใช้แล้วจะดีเหรอ อย่างที่บอกว่าเฟิร์นเองก็ผิวมันนะ แต่คือมันบางเบามาก เกือบจะเหมือนน้ำแน่ะและยังซึมเร็วด้วย เพราะงั้นใช้ได้เลยไม่มีปัญหา หรือจะใช้เฉพาะกลางคืนก็ได้เหมือนกัน แถมใช้แค่ไม่กี่หยดก็ทั่วหน้าแล้วด้วย ทำให้ใช้ได้นานกว่าตัว Suspension 30% ใครมีปัญหาเรื่องความกระจ่างใสหรือรอยสิว ลองดูค่ะ


7. Skinsista Acne Clear Booster

เรายังอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ช่วยรับมือสิวกันต่อ ตัวนี้เขาโฆษณาว่าใช้ได้ผลใน 28 วันอีกแล้ว พอๆ กับโทนเนอร์มิราเคิล 30 วันเลย แถมมันยังใช้ได้ผลดีกับตัวโทนเนอร์ที่กล่าวไปข้างบนอีก นี่เป็นบูสเตอร์ผสมวิตามิน B3 กับสารกัดจากใบ Peumus Boldus ที่ช่วยลดสิวและรอยแดงจากสิว อันนี้เอามาลองเพราะเห็นรีวิวดี คนใช้บอกสิวหายไปเยอะ เฟิร์นคิดว่ามันได้ผลจริงนะ สิวลดจริง กระจ่างใสขึ้น รอยดูจางลง แต่ไม่ชอบกลิ่นเลยฮือออ เหมือนสมุนไพรหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็นะ มันไม่มีพาราเบน ไม่ผสมน้ำหอม น้ำมันหรือแอลกอฮอล์เลย ไม่ทำให้หน้ามันด้วยยยย

และทั้งหมดนี้ก็คือที่เฟิร์นจะรีวิวในเดือนนี้ การรักษาผิวมันคือการยอมกินแกลบดีๆ นี่เองฮืออออ บางทีก็นึกอิจฉาผู้ชายที่ไม่ต้องทำอะไรมากมายแต่หน้าก็ใสได้…นี่แหละนะคะซิ้ส เราก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาบำรุงกันไปปปป

แล้วเจอกันคราวหน้านะจ๊ะ

xx Fern

Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz

#skincare