การเรียนสายอาชีพ หรือ “Ausbildung” ที่เยอรมนีคืออะไร คนไทยไปได้ไหมนะ?



สวัสดีค่า :) ถ้าหากทุกคนติดตามเฟิร์นมาจากนิยายหรือเพจ FernniZ ก็คงจะพอทราบกันบ้างแล้วว่ากลางๆ กันยานี้เฟิร์นจะย้ายไปอยู่เยอรมนีแล้ว เพื่อไปทำ Ausbildung หรือไปเรียนสายอาชีพนั่นเอง หรือถ้าหากใครยังไม่ทราบ…มามะ เฟิร์นจะเล่าให้ฟังว่ามันคืออะไร

Ausbildung นั้นคือระบบการศึกษาประเภทหนึ่งของเยอรมนี ซึ่งจะมีทั้งการเรียนทฤษฎีและการปฏิบัติงานในองค์กรนั้นจริงๆ ปกติแล้วจะมีระยะเวลาการเรียน (และทำงาน) อยู่ที่ 3 ปี ที่สำคัญก็คือได้เงินเดือนด้วยนะ! และถ้าหากเราเรียนหรือทำงานได้ดี ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการบรรจุทำงานในบริษัทนั้นเลย ประกาศนียบัตรที่เราจะได้ในตอนที่เรียนจบก็ไม่ไก่-กาด้วยนะจ๊ะ ว่ากันว่าคนที่จบ Ausbildung นั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่จบมหาวิทยาลัยอีก เพราะมีประสบการณ์การทำงานจริงๆ มาก่อนแล้ว

แต่แน่นอนว่าในเมื่อมันเป็นสายอาชีพ เราก็จะเรียนสายนั้นโดยตรงเป๊ะ อาจไม่ได้ครอบคลุมหรือไปต่อยอดได้มากมายเท่ากับการเรียนมหาวิทยาลัย ดังนั้นนี่อาจจะเป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับชาวเยอรมันที่ต้องการหารายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

แต่ความเลิศมันอยู่ที่ตรงนี้แหละ…นอกจากคนเยอรมันจะเรียนได้แล้ว คนชาติอื่นก็เรียนได้เหมือนกัน ในวงเล็บตัวโตๆ ว่า “ต้องพูดเยอรมันได้เท่านั้นนะ”


เรื่องของเรื่องมันก็คือ นี่จะเป็นการเข้าไปฝึกงานในบริษัทเยอรมันและเป็นการเรียนโดยใช้ภาษาเยอรมัน วิธีการสมัครก็คือต้องใช้ CV ภาษาเยอรมัน และสัมภาษณ์เป็นภาษาเยอรมัน! ดังนั้นคนที่ไม่รู้เยอรมันก็หมดสิทธิ์จ้า… แต่หากใครได้เยอรมันและนึกสนใจขึ้นมา เชิญฟังทางนี้!

อยากไปเรียน Ausbildung ต้องทำยังไงบ้าง?

ก่อนอื่น คุณควรมีใบทดสอบภาษาเยอรมัน หรือใบสอบวัดระดับของสถาบัน Goethe นั่นแหละ เฟิร์นแนะนำว่าอย่างน้อยๆ ควรจะได้สักเลเวล B2 (ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยเยอรมันส่วนใหญ่กำหนดให้นักศึกษาต่างชาติต้องได้อยู่แล้ว) แต่ถ้าจะให้ดีมากๆ ก็ C1 ไปเลย ยิ่งได้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งได้กำไร

หมายเหตุ : ใครที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร นี่คือระดับการวัดผลความรู้ภาษายุโรปค่ะ วัดทุกสกิลล์ ทั้งฟัง-พูด-อ่าน-เขียน เขาจะมีอยู่ที่ระดับ A1 / A2 / B1 / B2 / C1 และสูงสุดที่เกือบเรียกได้ว่าสื่อสารได้เหมือนเป็นภาษาแม่ก็คือ C2

มีใบทดสอบภาษาแล้วควรจะมีอะไรอีก?

Lebenslauf หรือที่เราเรียกกันว่า CV/Resume แต่เป็นภาษาเยอรมันนั่นเอง! เท่าที่เฟิร์นเห็นก็คือคนเยอรมันเวลาเขียน CV กันจะเขียนละเอียดมากกกก มี 2 หน้าเป็นอย่างต่ำ (คนไทยชอบบอกให้รวมไว้ในหน้าเดียว ยาวไปไม่อ่าน ในขณะที่คนเยอรมันมีอะไรเขาใส่ไปเต็มสตรีม) ในส่วนของการเขียน CV ตัวนี้เป็นภาษาเยอรมันนั้นก็หาตัวอย่างดูได้ตามอินเทอร์เน็ตจ้า

จากนั้นก็ควรจะมีสิ่งที่เรียกว่า Anschreiben หรือ Motivation letter / Cover letter ด้วย ซึ่งก็คือจดหมายที่ระบุว่าทำไมถึงอยากทำงานด้านนี้ ที่ผ่านมาเคยทำอะไรมาบ้าง และจะนำความสามารถที่มีอยู่มาช่วยบริษัทยังไง บลาๆๆ มีคนไทยหลายคนมองข้าม Cover letter ในตอนสมัครงาน แต่สำหรับฝรั่งแล้วนี่แหละคือตัวช่วยที่จะทำให้เราได้งานเลย เพราะอย่าลืมว่า CV ของเราบางทีมันก็ไม่ได้บอกอะไรครอบคลุมไปซะหมด แต่การเล่าเองเลยนี่แหละจะทำให้นายจ้างสนใจยิ่งขึ้น ตรงนี้ต้องเขียนอย่างเป็นทางการ คือมีหัวกระดาษ มีวันที่อะไรอย่างนี้ให้เรียบร้อยด้วยนะ เวลาเซฟไฟล์ก็ให้เซฟเป็น PDF ไปเลย ฟอร์แมตจะได้ไม่คลาดเคลื่อน

และที่สำคัญ…หากใช้ Anschreiben เดียวกันสมัครงานหลายที่ อย่า! ลืม! เปลี่ยน! ชื่อ! ผู้รับ!!! (บางคนลืมเปลี่ยนชื่อบริษัทเงี้ย จบๆๆ เลย)

มีผลสอบวัดระดับ มี CV กับ Cover letter แล้ว สิ่งถัดมาที่ควรจะมีก็คือผลการเรียนล่าสุดของเรา ถ้าเพิ่งจบมัธยมมาก็อาจจะยากหน่อย เพราะระดับการวัดผลมัธยมของเรามันไม่เหมือนบ้านเขา (เอาไปเทียบกันไม่ได้) แต่ถ้าใครจะไปทำหลังจบมหาวิทยาลัยก็จะง่ายขึ้นเพราะอันนี้มันเทียบกันได้

อ้อ! Ausbildung เนี่ยเปิดโอกาสให้คนที่เรียนจบแล้วก็ทำได้นะ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะถึงอายุ 45 หรือไงเนี่ยแหละ) ดังนั้นมันเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับคนที่มีภาระอื่นๆ เช่น มีลูก เรียนได้เฉพาะสุดสัปดาห์ บลาๆๆ

นี่คือ 4 สิ่งหลักๆ ที่ควรจะมีค่ะ ตอนเฟิร์นยื่นนั้นเฟิร์นใช้ CV, Cover letter, Transcript จากตอนเรียนที่ธรรมศาสตร์, ผล C1 และผล IELTS ทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน


พอมีสิ่งที่จำเป็นสำหรับการหางานแล้วก็มาดูวิธีการหางานกัน…วิธีการหางานนั้นจะเสิร์ชเอาง่ายๆ ในกูเกิลว่า Ausbildung ด้านอะไรก็ว่าไปก็ได้ หรืออออ ใช้เว็บ www.ausbildung.de เว็บที่รวม Ausbildung มากมายก่ายกองของเยอรมนีมาไว้ที่เดียว เว็บนี้ดีมากๆ เพราะเราสามารถใส่ filter ในการค้นหาได้หมดเลยไม่ว่าจะเป็น

  • อยากฝึกด้านไหน

  • เมืองอะไร

  • เริ่มฝึกเมื่อไหร่

  • Etc.

เอาง่ายๆ ว่ามันตอบสนองความต้องการของคนที่ต้องการหางานมากๆ เลย เราสามารถคลิกเข้าไปดูงานได้ และส่วนใหญ่เขาก็จะมีระบุไว้หมดว่างานนี้ได้เงินเท่าไหร่บ้าง ตรงนี้เฟิร์นขอแจ้งก่อนว่า เงินเดือนในการทำ Ausbildung นั้นจะไม่สูง เหมือนเงินเดือนนักศึกษา แค่พออยู่ได้เท่านั้น แต่! เงินเดือนขึ้นทุกปีนะจ๊ะ!

อย่างสายที่เฟิร์นสมัครไปคือสายโรงแรม ปีแรกจะได้ 600 ยูโรหน่อยๆ ปีถัดมาก็ 700 กว่าๆ ปีสุดท้ายจะเกือบพัน แต่ข้อดีของมันก็คือ การฝึกในโรงแรมแปลว่าเราอาจจะได้ที่พักฟรีด้วย ซึ่งเท่ากับจะประหยัดเงินไปเยอะมาก ทั้งค่าที่พักและค่าเดินทาง! ส่วนสายอื่นก็อาจได้เยอะกว่าหน่อย อันนี้ต้องดูเป็นสายงานไปนะจ๊ะ

สำหรับใครที่อยากจะไปทำมากจริงๆ เฟิร์นแนะนำสายโรงแรมหรือท่องเที่ยวนี่แหละ เป็นงานที่คนต่างชาติมีโอกาสจะได้ทำมากที่สุดแล้ว


แล้วสวัสดิการล่ะ มีอะไรบ้าง?

เยอรมนีนั้นเป็นรัฐสวัสดิการอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลย เราได้รับสวัสดิการแบบเต็มสตรีมและไม่มีการเอารัดเอาเปรียบแน่นอน รัฐปกป้องเราอย่างเต็มที่…แต่! ข้อเสียก็คือ ด้วยความที่สวัสดิการทุกอย่างมันดีมากนี่แหละ เราก็เลยจะถูกหักภาษีเยอะขึ้นไปด้วย (สมมติเงินเดือน 600 ยูโรกว่าๆ อาจโดนหักเหลือ 500 ได้เลย) แต่มาดูกันว่าเราจะได้อะไรกันบ้าง…

  • วันลาพักร้อน 24 วันต่อปี (สำหรับผู้ใหญ่ เด็กๆ ที่ฝึกใหม่ๆ จะได้ 30 วันถ้าจำไม่ผิดนะ) ส่วนนี้ไม่รวมกับวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนขตฤกษ์นะจ๊ะ สิ่งนี้แหละที่เฟิร์นชอบมากกกก เพราะทำงานที่ไทยได้กันแค่ 6-14 วันเอง… อ้อ! วันหยุดทั้งหมด 24 วันนี้คือวันบังคับหยุดนะ กฎหมายระบุมาเลยว่าใน 1 ปีเธอต้องลา จะไม่ได้ไปไหนก็ต้องลาไปนอนอยู่บ้าน ห้ามมาทำงานจ้า

  • หากป่วยในวันลาพักร้อน เขาจะนับเป็นลาป่วยนะ อุอิ (โควตาวันลาพักร้อนก็เก็บไว้ใช้ต่อได้)

  • รักษาพยาบาลฟรี

  • เรียนฟรี

  • ทำงานวันละ 8 ชม. อาทิตย์ละ 39 ชม. (คือวันสุดท้ายของสัปดาห์จะทำแค่ 7 ชม.)

  • ส่วนลดค่าที่พักของโรงแรมในเครือ (สำหรับคนที่ทำงานในโรงแรม)

  • และอีกมากกกมายยย

อ่านแล้วร้อง “อู้วหูววว” เลยใช่มั้ยล่ะ แต่สรุปว่าที่บอกว่า “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย” นี่มันยังไงนะ?

อันนี้แล้วแต่องค์กรที่เราสมัครไปเขากำหนดนะ อย่างของเฟิร์นคือเรียนอาทิตย์ละ 1 วัน ทำงาน 4 วัน แต่บางบริษัทอาจจะให้เราเรียนเป็นเทอมไปเลย จากนั้นก็ทำงานยาวๆ ขึ้นอยู่กับบริษัทและสายงานอีกทีเลยตรงจุดนี้

ข้อเสียล่ะมีมั้ย?

มีสิจ๊ะ! ก่อนอื่นเลย…การที่เราเป็นคนต่างชาติ ทั้งยังมาจากประเทศเล็กๆ ทำให้การหางาน Ausbildung สำหรับคนไทยนั้นเป็นไปได้ยากมาก แค่เขาเห็นว่าเราไม่ได้อยู่ในประเทศเขา บางบริษัทเขาก็ไม่รับแล้ว (ก็เขามีคนในประเทศที่ต้องการงานมากมาย ทำไมต้องมารับเราด้วยจริงมั้ย) ดังนั้นก็อย่างที่บอก…สายโรงแรมหรือท่องเที่ยว อะไรที่มันมีความสากลหน่อยๆ อาจจะง่ายกว่า เยอรมนีมีคนไทยไปเที่ยวเยอะพอสมควร ดังนั้นเราก็อาจจะพอมีลุ้นอยู่บ้าง

เฟิร์นนั้นโชคดีมากเพราะยื่นสมัครไปแล้วเขาก็นัดสัมทาง Skype และตอนสัมฯ เขาก็ใจดีมากๆ เหมือนชวนคุยเล่นมากกว่าสัมภาษณ์งานซะอีก แต่ทั้งนี้ขอบอกไว้ก่อนว่าเฟิร์นก็ใช้เวลาหาเป็นเดือนๆ เหมือนกันนะ บริษัทที่ติดต่อกลับมามีแค่ไม่กี่บริษัทจากเป็นสิบๆ ที่ยื่นไปเท่านั้น


แต่แน่นอนว่า…ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น :) ตอนนี้เฟิร์นจะได้ไปทำงานในโรงแรม Steigenberger ที่เมือง Bad-Neuernahr ซึ่งเป็นเมืองเล็กมากๆ (มีผู้อยู่อาศัยแค่ 27,000 คนเท่านั้น) แต่เป็นเมืองที่สวยมากกก เงียบ สงบ ธรรมชาติงดงาม เหมือนเมืองเทพนิยายในฝันเลย อีกทั้งเครือ Steigenberger นี่ก็เป็นโรงแรมห้าดาวที่มีสาขาทั่วโลกเลยเชียวนะ กำลังจะมาเปิดที่ไทยในปีนี้ด้วยเหมือนกัน เฟิร์นจะได้เรียนรู้ทุกอย่าง จากทุกแผนกเลยทีเดียวววว

นอกจากนั้นข้อเสียของ Ausbildung ก็คือเงินน้อย ดังนั้นหากไปอยู่แล้วได้รับข้อเสนองานที่ดีกว่าเฟิร์นอาจจะย้ายไปเลยก็ได้ ฮ่าๆๆ (เพราะที่เรียน Ausbildung ก็คือเพื่อไปทำงานในเยอรมนีอยู่แล้ว ถ้าได้สิ่งที่ต้องการก็ไม่อยากจะไปเสียเวลาอีก) และเปลี่ยนสายยากกว่าการเรียนมหาวิทยาลัยนั่นเอง

และ…สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ Offer มาเฟิร์นคิดหนักมากว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี เพราะการย้ายไปต่างประเทศ แปลว่าเราจะไปเป็นแรงงานต่างด้าวของเขา อาจจะทำรายได้น้อยกว่าคนเยอรมันหรือหางานดีๆ ได้น้อยมาก เราจะสูญเสียหลายโอกาสไป ในขณะที่เวลาอยู่ไทยเฟิร์นยอมรับเลยว่าเฟิร์นหางานดีๆ ที่ให้เงินเดือนสูงมากได้ตลอด ดังนั้นนี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องคิด จะยอมเสียสละส่วนนี้ไหมเพื่อไปทำงานในเยอรมนี?

แต่แล้วเฟิร์นก็คิดอีก…มันไม่ใช่ทุกคนนะที่จะได้รับโอกาสดีๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็ไปเถอะ ตรงนี้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ไปดูว่าหลังจากนี้มันจะเป็นยังไงได้อีก และถ้าอะไรๆ มันไม่ดีอย่างที่เราหวัง เราก็ยังกลับมาทำงานที่ไทยได้เสมอ จริงมั้ย

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของเฟิร์นก็คืออย่างน้อยก็จะอยู่ให้ได้สัก 6 เดือนเป็นอย่างต่ำแน่ๆ ล่ะ อุตส่าห์เข้ามาได้แล้วก็อยากจะเรียนรู้อะไรหน่อย อันที่จริง 6 เดือนจะเป็นอะไรที่ผ่านไปเร็วมากๆ เลยด้วย แล้วก็นะ…งานนี้ได้พล็อตนิยายอีกเพียบแหงๆ ฮ่าๆๆๆ

สัญญาว่าจะมาเล่าประสบการณ์การทำ Ausbildung และชีวิตในเยอรมนีให้ฟังอีก เพราะเฟิร์นรู้ว่าทุกคนน่ะชอบเรื่องเหล่านี้ และนอกจากนั้นเฟิร์นก็รู้ดีว่ามันจะสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนได้อีก (ขอบคุณมากจริงๆ ที่ส่งข้อความดีๆ มาบอกกันเสมอ) ก็หวังว่าเรื่องที่เฟิร์นมาแบ่งปันวันนี้จะสร้างแรงฮึดให้ทุกคนวิ่งไล่ตามความฝันกันนะคะ :)

อ้อ ช่วงนี้เฟิร์นทำงานเป็นพรูฟรีดเดอร์อยู่นะ (เป็น contract สั้นๆ 5 เดือน ที่จริงต้องทำในออฟฟิศแต่ขอเขามาเลยทำอยู่บ้าน ฮ่าๆๆ) ขอบอกว่าเป็นงานที่ใช้สมองเยอะแบบคาดไม่ถึงเลย เพราะงั้นก็เลยหมดแรงข้าวต้มและไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบล็อกเท่าไหร่ พอมีเวลาทีก็อยากแต่งนิยาย อ่านหนังสือ วาดรูปไปเรื่อยเปื่อยอีก ฮ่าๆ แต่ยังไงจะพยายามมาอัพเดตเรื่อยๆ เพราะส่วนตัวเฟิร์นก็อยากบังคับตัวเองให้มาทำเป็นกิจวัตรเหมือนกัน การเขียนบล็อกเป็นอะไรที่เฟิร์นชอบมากเลยนะ :)

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ถ้ามีความเห็นอะไรก็เมนท์ทิ้งไว้ด้านล่างได้เลย หรือถ้ามีคำถามเกี่ยวกับ Ausbildung ก็ส่งมาได้ที่เพจ FernniZ หรือทางเมล kanittha.fernniz@gmail.com เฟิร์นยินดีช่วยเหลือและตอบทุกข้อสงสัยเลย ใครอยากจ้างให้เขียน Lebenslauf หรือ Anschrebein หรือให้ตรวจเฉยๆ ก็ได้นะ แฮ่

แล้วเจอกันนะจ๊ะ

xx

Fern

Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz

#germany #ausbildung #education #expat #study #hotel