UK | LONDON, A TRULY WINTER WONDERLAND - ไม่มีที่ไหนเหมือนลอนดอนในช่วงคริสต์มาส

Updated: Mar 28


สวัสดีปีใหม่ค่ะ! ปีนี้เรามาเริ่มต้นปีกันด้วยบล็อกทริปอังกฤษที่เฟิร์นไปมาเมื่อเดือนที่แล้วกันแบบนอนสต็อปเลยดีกว่า หุหุ ลอนดอนเนี่ยเป็นเมืองโปรดที่เฟิร์นชอบที่สุดเลย และเขาก็ว่ากันว่าลอนดอนน่ะจัดคริสต์มาสกันไม่เหมือนที่ใดในโลก มาดูกันว่าจริงมั้ย



หลายปีที่ผ่านมาเฟิร์นติดตามเหล่ายูทูบเบอร์ชาวอังกฤษมากมาย และทุกปีในช่วงเดือนธันวาคมก็จะเห็นพวกเขาไปเที่ยวงาน “Winter Wonderland” ที่สวนสาธารณะไฮด์พาร์กกัน ยิ่งดูก็ยิ่งอยากไปมากกก เพราะในวินเทอร์วันเดอร์แลนด์นี้มีตั้งแต่ตลาดคริสต์มาส ซุ้มเครื่องดื่ม ซุ้มเล่นเกม เครื่องเล่นนานาชนิด ไปจนถึงลานไอซ์สเก็ตและเต็นท์เบียร์ขนาดใหญ่เลยทีเดียว นอกจากนั้นก็ยังเห็นว่าบรรยากาศของลอนดอนช่วงคริสต์มาสนั้นสวยงามมาก ไม่ว่าจะเป็นไฟประดับหรืออะไรต่างๆ นานาตามท้องถนน เรียกได้ว่าจัดเต็มและไม่เหมือนที่ไหนเลยจริงๆ


เพราะอย่างนี้แหละ เฟิร์นก็เลยตั้งมั่นว่าจะต้องไปเที่ยววินเทอร์วันเดอร์แลนด์ให้ได้สักครั้ง…และนี่ก็คือเหตุผลที่ถ่อไปอังกฤษในฤดูหนาวแบบนี้ :)


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเฟิร์นบินไปจากเยอรมนี ซึ่งห่างจากลอนดอนแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และช่วงกลางวันของวันแรกก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะวุ่นกับการเดินทางและการเช็กอินต่างๆ นานา เลยได้แค่แวะไปเดินถนน Bond Street (ใช่จ้ะ แบบ James Bond นี่แหละ) ชอปปิงสตรีทชื่อดังที่รายล้อมไปด้วยแบรนด์ไฮเอนด์นับไม่ถ้วน เอาแบบว่าเทียบกับ 5th Avenue ของนิวยอร์กได้เลย และขอบอกว่าที่นี่เขาตกแต่งคริสต์มาสกันแบบเกินเบอร์มากกก ยกตัวอย่างเช่นร้าน Cartier ด้านหลังตู้โทรศัพท์สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของอังกฤษ เขาเล่นเอาริบบิ้นผูกทั้งร้านกันเลยทีเดียว



ขอบอกตามตรงว่าเฟิร์นเป็นคนที่ไม่ค่อยมีแพลนอะไรและชอบไปเรื่อยๆ แล้วแต่อารมณ์ จากหน้าร้าน Cartier เลยเดินไปเรื่อยๆ จนเจอตรอกเล็กๆ ที่เขาเรียกว่า Old Bond Street เห็นเขาตกแต่งกันซะสวยงามเลยเดินเข้าไปซะหน่อย ข้างในก็เต็มไปด้วยร้านแฮนด์เมดมากมาย แต่มีร้านนึงที่สะดุดตาที่สุดซึ่งก็คือร้าน Harrods นั่นเอง ก็คือถ้าใครดูหนังเรื่อง Last Christmas แล้วก็พอจะจินตนาการออก เพราะ Harrods ที่นี่เขาตกแต่งแบบนั้นเลย แถมมีพนักงานแต่งตัวด้วยชุดเอลฟ์เหมือนในเรื่อง Last Christmas ด้วย ทุกอย่างล่อตาล่อใจขนาดนี้จะไม่แวะเข้าไปเลยยังไงไหว ข้างในก็ขายของแบรนด์ Harrods นี่แหละ มีตั้งแต่ชาไปจนถึงของตกแต่งต้นคริสต์มาสเลย ประดับประสาซะสวยงามเลย



พอออกจาก Harrods เฟิร์นก็เดินต่อไปเรื่อยๆ (ไม่ได้กลัวจะหลงเล๊ย) มายืนดูป้ายบอกทางแล้วเห็น Regent Street กับ Piccadilly Circus อยู่ใกล้ๆ เลยตัดสินใจเดินไป Piccadilly Circus ต้องเกริ่นก่อนกว่าเฟิร์นเคยมาลอนดอนแล้วรอบนึงเมื่อปี 2014 แต่ตอนนั้นมากับเพื่อนและอยู่ลอนดอนแค่ 2-3 วันเลยไม่ได้มีโอกาสไปไหนมาไหนมาก และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางในลอนดอนคนเดียวด้วย แต่จำได้ว่า Piccadilly Circus อยู่ติดกับ Leicester Square ซึ่งย่านนี้เนี่ยเป็นย่านเอนเตอร์เทนเมนต์ของอังกฤษเลย (นึกถึงไทม์สแคร์ จะเป็นอะไรประมาณนั้นแต่ไม่ใหญ่ขนาดนั้น) นอกจากนั้นยังเป็นย่านที่เขาเรียกกันว่า West End ถามว่าคืออะไร คือย่านที่มีโรงละครนั่นเอง เมื่อก่อนพวกชนชั้นสูงเขาชอบมาดูละครเวทีกันที่นี่ ถ้าใครฟังเพลง London Boy ของ Taylor Swift ก็จะมีเมนชั่นถึงย่าน West End นี้อยู่ อ้อ และจัตุรัสในภาพนี้ก็เป็นอะไรที่เห็นได้ทั่วไปในหนังด้วย :)



ที่หน้าสแควร์นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ที่คนชอบมานั่งเล่นกันแล้ว ตอนกลางคืนยังมักจะมีพวกศิลปินมาแสดงโชว์ห่วยกันด้วย (ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเรียกโชว์ตามถนนอย่างนี้ว่าโชว์ห่วย ฮ่าๆ) ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลงหรือเต้น คือถ้ามาตอนกลางคืนจะครึกครื้นกว่านี้มาก เพราะขึ้น Tube (รถไฟใต้ดิน หรือ Underground นั่นแหละ) มาก็เจอจัตุรัสเลย คนจะชอบมานั่ง/ยืนดูไฟประดับและการแสดงกัน ซึ่งอันนี้เดี๋ยวเราจะได้เห็นบรรยากาศกันในช่วงท้ายของบล็อก เพราะก่อนอื่นเฟิร์นมีอีกแพลนที่อยากไปในคืนนั้นก่อน…ซึ่งก็คือ Winter Wonderland นั่นเอง


ช่วงฤดูหนาวเนี่ยความจริงแล้วเป็นอะไรที่ไม่ใช่ช่วงเวลาของการเดินทางท่องเที่ยวเลย หลักๆ ก็เพราะมันมืดเร็วมาก แบบยังไม่ทัน 4 โมงก็มืดแล้ว และเฟิร์นมักจะรู้สึกว่ามันหมดวันแล้วทั้งๆ ที่จริงแล้วมันยังไม่หมด แต่ก็นี่แหละ…เย็นวันนั้นก็เลยไปเที่ยว Winter Wonderland นัดกับรุ่นพี่มธ.ไว้ พอดีว่าเขามาเรียนต่อที่อังกฤษก็เลยถือโอกาสรียูเนียนสักหน่อย


Tips: ทิปเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนที่ต้องการมาเที่ยว Winter Wonderland คืองานเขาบอกว่าจัดที่ Hyde Park ก็จริง แต่ความจริงแล้วถ้านั่ง Tube สาย Piccadilly Line มาลง Green Park จะใกล้กว่า (อิงจากที่สถานีเขาบอกนะ) คือจริงๆ มันก็เข้าได้หลายทางแหละ เพราะมันจัดใหญ่มากกกก แบบครอบคลุมพื้นที่สวนสาธารณะไปเยอะมาก และ Airbnb ที่เฟิร์นไปพักก็อยู่ติดกับสถานี Holloway Road (เดินแค่นาทีเดียว สะดวกสุดๆ แถมปลอดภัยมาก ราคาก็แค่คืนละ ใครสนใจก็คลิกเลย : https://abnb.me/ItHRZ1rOY2) ซึ่งเป็นสาย Piccadilly พอดี สำหรับคนที่ไม่เคยมาลอนดอนมาก่อนพอเห็นป้ายสถานีต่างๆ ของรถไฟใต้ดินลอนดอนแล้วอาจจะตกใจ/สับสนได้ เพราะมันมีหลายสายมาก…แต่ขอบอกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ยากเลย แค่ดูสายที่เราจะขึ้นกับสถานีปลายทางของทางที่เราจะไปเท่านั้น ที่เหลือป้ายบอกทางคือมีบอกหมด ง่ายมากๆ เฟิร์นไม่เคยหลงเลย



เอาล่ะ พอมาถึงแล้วก็ใช่ว่าจะเข้าได้เลยนะ เพราะต้องต่อแถวตรวจกระเป๋าก่อนเข้างานจ้า เฟิร์นดันมาเข้าทางใหญ่พอดีไง (Gold Gate) คนเลยเยอะ แต่เราจะเห็นแสงสีเสียงข้างในงานตั้งแต่ออกจากสถานี Tube แล้ว ยิ่งพอมาใกล้ๆ ยิ่งตื่นเต้น จะอลังการขนาดไหน ไปดูกันเลยยยย



เอาจริงๆ บรรยากาศก็คล้ายๆ ตลาดคริสต์มาส/งานเคียเมสของเยอรมันนั่นแหละ แต่ที่นี่เขามีเครื่องเล่นเยอะมากกก ทั้งเครื่องเล่นสำหรับเด็กและเครื่องเล่นหวาดเสียวทั้งหลาย กระทั่งรถไฟเหาะเขาก็มีเด้อ!

อีกสิ่งหนึ่งที่เฟิร์นสังเกตก็คือในอังกฤษนี่เขามีการใช้ Contactless card กันอย่างแพร่หลายมาก คือบัตรเครดิต/เดบิตที่มีสัญลักษณ์ให้แตะจ่ายได้นั่นแหละ กระทั่งซุ้มต่างๆ ในอังกฤษก็ใช้บัตรจ่ายได้ เรียกได้ว่าร้านเล็กๆ น้อยๆ คือจ่ายบัตรได้หมด แล้วสะดวกมากๆ เพราะเป็นอารมณ์แบบ touch and go แตะจ่ายจบ รวดเร็วและไปต่อได้เลย (ข้อเสียคือเงินออกง่ายมากเพราะว่าไม่เห็นไง ฮ่าๆ)


นอกจากเครื่องเล่นแล้วก็แน่นอนว่ามีร้านขายของกิน ทั้งร้านขายมักกะโรนีแอนด์ชีส เบอร์กงเบอร์เกอร์ อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดและมีที่ให้นั่งกินเป็นหลักเป็นแหล่ง ราคาก็ไม่ได้แรงไปกว่าข้างนอกเท่าไหร่ รสชาติถือว่าโอเคเลยทีเดียว นอกจากนั้นเขาก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “Bavarian Village” หรือหมู่บ้านบาวาเรีย หรืออออ…หมู่บ้านบาเยิร์น! (ใช่ค่ะ มาจากชื่อรัฐบาเยิร์น หรืออีกชื่อก็คือบาวาเรียของเยอรมนีนี่เอง หลายคนอาจคุ้นกับชื่อบาเยิร์นมิวนิก แต่จริงๆ บาเยิร์นคือชื่อรัฐ มิวนิกคือชื่อเมืองหลวงของรัฐ) แล้วข้างในมันจะมีอะไรล่ะ…ถ้าไม่ใช่เต็นท์ดื่มเบียร์ขนาดใหญ่ เราก็รู้กันว่าที่มิวนิกเขาจัด Oktoberfest หรือเทศกาลดื่มเบียร์กันทุกปี ที่ลอนดอนเองก็ยกเทศกาลนี้มาใส่ไว้ใน Winter Wonderland เรียบร้อยเลย…จะเห็นได้ว่าบาร์กับร้านต่างๆ ข้างนอกงานจะเป็นภาษาเยอรมันหมดเลย (รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ลอนดอน ตลกมาก) แต่เฟิร์นไม่มีโอกาสได้เข้าไปในเต็นท์เบียร์นะ เพราะว่ามันใหญ่มากจริงๆ และคนต่อคิวเข้าเยอะมากกกก เลยขอบายดีกว่า



เฟิร์นเป็นสายถ่ายรูปมากกว่าสายเล่นเครื่องเล่น/ดื่มอ่ะ ก็เลยเดินเล่นเดินกินไปเรื่อย และแน่นอนว่าเฟิร์นอยากจะเห็นลานไอซ์สเก็ตด้วยจากที่เห็นพวกยูทูบเบอร์มากัน แต่ขุ่นพระ…เดินตั้งชาติกว่าจะหาเจอ แถมจากที่คิดว่าเดินทั่วแล้วก็ปรากฎว่าไปเจอมุมที่ยังไม่ได้เดินมากมายเพราะพื้นที่งานมันกว้างใหญ่ไพศาลมากจริงๆ กว่าจะเจอลานไอซ์สเก็ตก็เป็นตอนที่หมดรอบสเก็ตแล้วเขาเกณฑ์ให้คนออกพอดี (เขาจะจัดให้เล่นกันเป็นรอบๆ เพราะเล่นไปสักพักเขาต้องทำความสะอาดลานกันด้วย) ก็เลยได้รูปนี้มา แฮ่…



ลองคิดดูสิว่าถ้ามาเล่นกับคนรักจะโรแมนติกขนาดไหนนนนน!



หลังจากที่ได้เห็นลานสเก็ตสมใจแล้วก็เลยตั้งใจว่าจะไปเดินชมไฟประดับตามเมืองของลอนดอนในยามราตรีสักหน่อย แม้จะตื่นตั้งแต่ตี 4 เพราะบินมาแต่เช้าแต่ก็ไม่หวั่นเลยจริงๆ จากไฮด์พาร์กเลยเดินไปเรื่อยๆ จนถึงสะพานแห่งหนึ่ง (บอกตามตรงว่าจะไม่ได้แล้วว่าชื่อสะพานอะไร) คือถนนหนทางเขาประดับประดากันแบบไม่มีใครยอมใครจริงๆ เอาแบบว่าเชื่อแล้วจ้าว่าลอนดอนช่วงคริสต์มาสน่ะจัดกันแบบเอ็กซ์ตรีมไปเลย



และแน่นอนว่าเราจะพลาดไม่กลับไปที่ Bond street กับ Piccadilly Circus ไม่ได้เลยจริงๆ…ทำไมน่ะเหรอ? ให้ภาพมันเล่าเรื่องแล้วกัน :)



ตั้งแต่เดินมาหลายที่ บอกตรงๆ ว่าตรงหน้า Piccadilly Circus นี่คือสวยสุดแล้ว ชอบไฟเหนือถนนที่เป็นรูปนางฟ้ามากๆ แบบอะไรจะต้องอลังการขนาดนั้นอ่ะ ไหนจะตึกที่ใช้หน้าต่างเป็นเหมือน Advent Calendar (ปฏิทินวันที่ 1-24 ธ.ค. ที่พอเปิดช่องเล็กๆ ของแต่ละวันแล้วจะมีของขวัญชิ้นเล็กๆ ให้ทุกวัน เป็นการนับถอยหลังสู่วันคริสต์มาส) อีกล่ะ เดินเจอตอนกลางวันว่าสวยแล้ว พอมาเจอกลางคืนนี่ยิ่งสุดยอดไปเลย

จากตรงหน้า Piccadilly Circus นี้ เฟิร์นกับรุ่นพี่ก็เดินเล่นไปจนถึง Leicester Square และไปโผล่ที่ไชน่าทาวน์ ความน่ารักก็คือโคมไฟสีแดงๆ แบบจีนๆ ที่เรามักจะเห็นกันก็ดันเข้ากับบรรยากาศช่วงคริสต์มาสซะด้วย (หัวเราะ) นับว่าเป็นหนึ่งวันที่เฟิร์นใช้เวลาไปได้คุ้มมากๆ เลย



แต่ขากลับก็ผจญภัยอีกนิดหน่อยนะ เพราะรถไฟดันไม่จอดที่สถานี Holloway Road ซะอย่างนั้น เลยต้องลงก่อนสถานีนึงแล้วเดินกลับทั้งๆ ที่ขาระบมแทบแย่ แถมกูเกิลยังพาเดินเข้าตรอกอีก โอ๊ย ถ้าเป็นประเทศไทยนี่โดนฉุดไปแล้วแน่ๆ ฮ่าๆ แต่ก็งี้แหละ พอเจอประสบการณ์แย่ๆ ก็เอามาเล่าต่อได้ไม่จบ แต่ถ้าเจอแต่เรื่องดีๆ ก็ไม่มีอะไรให้เล่าสิจริงมั้ย


ขอจบบล็อกนี้ไว้เท่านี้ก่อนแล้วกันเนอะ นี่แค่วันแรกในลอนดอนนะ! เดี๋ยวบล็อกของวันที่ 2 จะพาไปเที่ยว British Museum อันเลื่องชื่อกัน เฟิร์นเป็นคนชอบไปเที่ยวมิวเซียมมากๆ แถมพิพิธภัณฑ์ที่อังกฤษนี่ส่วนใหญ่ก็เข้าฟรีทั้งหมดและสร้างดี + ใหญ่จนเดินลาขากก็ยังดูไม่ครบ เขาส่งเสริมการเรียนรู้กันสุดๆ เลย

มาดูกันว่าเฟิร์นจะจบบล็อกทริปอังกฤษทั้งหมดก่อนจะบินไปเที่ยวอีกรอบมั้ย ฮ่าๆ


สวัสดีปีใหม่อีกครั้งนะคะ แล้วเจอกัน :)


Fern

xx