UK | Getting to Know Newcastle upon Tyne - มาทำความรู้จักกับเมืองนิวคาสเซิล อัพอน ไทน์กัน

Updated: Jun 10



ย้ายจากเยอรมนีมาอยู่อังกฤษได้ 8 เดือนแล้ว ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ต่ออายุบล็อกและมาอัพเดตชีวิตสักที แฮ่ :) วันนี้เฟิร์นจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนิวคาสเซิลที่อาศัยอยู่ตอนนี้ให้ฟังกัน ตัวเมืองเนี่ยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ ใกล้กับสกอตแลนด์และชายฝั่ง ดังนั้นจึงค่อนข้างหนาวและลมแรง แต่ก็เป็นเมืองที่หลากหลายและมีกิจกรรมมากมาย อีกทั้งยังสวยจนไม่อยากย้ายไปไหนเลย ว่าแล้วก็ไปทำความรู้จักกับเมืองนี้กันเลยดีกว่า…ภาพในนี้ทุกภาพเฟิร์นถ่ายเอง ยกเว้นรูปจากร้าน Greggs เท่านั้นนะคะ :)




1. Newcastle is a student-city – นิวคาสเซิลคือเมืองของนักศึกษา

บอกเลยว่าจะเรียกได้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของเมืองนี้เป็นนักศึกษาก็ได้ เพราะนี่เป็นเมืองที่เดินไปทางไหนก็เห็นแต่วัยรุ่นและคนวัยผู้ใหญ่ต้นๆ แถมมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลกอีกต่างหาก! หลักๆ เลยก็เพราะว่านิวคาสเซิลเนี่ยเขามีถึง 2 มหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือ Northumbria University (ที่เฟิร์นเรียนอยู่) และ Newcastle University สองมหาลัยนี้รวมกันมีนักศึกษาประมาณ 50,000 คนเลยทีเดียว และในจำนวนนั้นเกือบ 13,000 คนคือนักศึกษาต่างชาติ


ดังนั้นที่นี่จึงมีความหลากหลายมากกกก ทั้งคนอังกฤษ เอเชีย คนผิวสี เยอะแยะไปหมดเลย ทำให้บรรยากาศต่างๆ ในเมืองครึกครื้นและมักมีกิจกรรมสังสรรค์มากมาย เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนเลือกมาเรียนที่นี่น่าจะเพราะว่าค่าเช่าหอนักเรียนถือว่าถูกด้วยถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ในอังกฤษ ค่าเทอมก็ถูกกว่าเช่นกัน ใครไปเรียนลอนดอนก็ไม่ต้องพูดถึง กว่าจะจบก็อาจจะจ่ายมากกว่าคนแถวนี้ถึงเท่าตัว





2. Small but compact – เมืองไม่ใหญ่ แต่มีทุกอย่างที่ต้องการ

นี่เป็นประโยคที่เฟิร์นกับเพื่อนมักจะพูดกันเสมอ นิวคาสเซิลเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่ (ไปไหนมาไหนก็เดินเอาตลอด) แต่มีทุกอย่างที่ต้องการเลยจริงๆ เราคนไทยเวลาคิดถึงอาหารแซ่บๆ ก็แค่ไปร้านอาหารไทย (ซึ่งมีเยอะมากในนิวคาสเซิล!) หรือซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียหาอะไรมากินได้ง่ายมาก นอกจากนั้นก็ยังมีสถานที่ชอปปิงดีๆ ร้านอาหารมากมายก่ายกอง โรงหนัง สวนสาธารณะ ตลาด ผับ บาร์ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี ร้านขายเครื่องดนตรี/กีฬา มหาวิหาร สนามมินิกอล์ฟ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือสนามฟุตบอล St. Jame’s Park ของทีมนิวคาสเซิลที่จุคนได้ 50,000 กว่าคนอีก เวลามีแมตช์ทีไรนะ โหย คนล้นเมืองงง…เอาตรงๆ ว่าอะไรที่ต้องการก็หาเจอหมดในนิวคาสเซิล ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล




3. Best night life in the UK – ไนท์ไลฟ์ดีที่สุดในเกาะอังกฤษ

ข้อนี้ได้ยินเขาพูดกันหนาหูตั้งแต่ก่อนย้ายมา แถมมีผลโพลโหวตยืนยันกันจริงๆ ด้วย พอมาเจอกับตัวก็บอกเลยว่าคืนวันศุกร์กับเสาร์นี้ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวอย่าได้ไปเดินในเมือง มีแต่คนออกมาเที่ยวกลางคืนเยอะมากกกกก เสียงดัง ขยะเต็ม เพราะพวกปาร์ตี้เสร็จก็ออกมาซื้อฟาสต์ฟู้ดกิน พอเมาๆ ก็ทิ้งมันตามทางนี่แหละ และเราจะเห็นสาวๆ ชาวนิวคาสเซิลแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยทั้งๆ ที่อากาศหนาวจะตาย หลักๆ ก็เพราะเขาจะไปปาร์ตี้ที่ไนต์คลับกันและไม่อยากจะเอาแจ๊กแก็ตไปฝากไว้ที่ไหน คนอังกฤษกับการดื่มเป็นของคู่กันมากบอกเลย ขอให้มีโอกาสหน่อยเถอะ ไม่พ้นชวนกันไปผับตลอด (ผับที่นี่คล้ายๆ กับบาร์ที่ไทย คือมีอาหาร นั่งเล่นนั่งดื่ม ถ้าไนท์คลับถึงจะที่เขาไปเต้นๆ กัน)



photo from https://www.greggs.co.uk/menu

4. The Geordies love their Greggs - คนนิวคาสเซิลรักร้าน Greggs

ชาวนิวคาสเซิล หรือเรียกอีกชื่อว่าชาวจอร์ดี้ (Geordies) เขารักร้าน Greggs กันจริงๆ มีทุกหัวมุม เดินไปทางไหนก็เจอ Greggs เป็นคล้ายๆ กับร้านเบเกอรี + ฟาสต์ฟู้ด คือขายทั้งพวกขนมปังต่างๆ แซนวิช และอาหารร้อนแบบง่ายๆ พวกซุป ไก่บาร์บีคิวอะไรอย่างนี้ แต่ที่สำคัญก็คือถูก เฟิร์นเองก็ไปฝากท้องบ่อย เพราะราคาน่าคบหาและรสชาติไม่เลว นอกจากนั้นร้านนี่ก็ยังขายพวกโดนัทและกาแฟด้วย มีทุกมุมเลยจริงๆ



Millennium Bridge & Baltic Contemporary Art Gallery

5. A culture-led city – เมืองนี้เต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรม

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่านิวคาสเซิลนั้นมีทั้งพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี แถมไม่ได้มีแค่ที่เดียวอีกต่างหาก 2 มหาวิทยาลัยต่างก็มีแกลเลอรีเป็นของตัวเอง นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์ที่ดังที่สุดก็น่าจะเป็น Discovery Museum ที่เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเมืองนี้และแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษโดยเฉพาะ ทั้งเล่าประวัติศาสตร์ในเรื่องการเป็นอู่ต่อเรือและเมืองอุตสาหกรรมในสมัยก่อน นิวคาสเซิลผลิตทั้งถ่านหินและแก้ว ยิ่งใหญ่มากเลยทีเดียว และก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ Great North Museum (Hancock) ที่สอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ธรรมชาติและอีกมากมาย


อีกแกลเลอรีที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ Baltic Contemporary Art Gallery ซึ่งจริงๆ ตั้งอยู่ในเมือง Gateshead หรือก็คือเมืองที่ติดกับนิวคาสเซิลนี่แหละ เชื่อมกันด้วยสะพานหลายแห่ง แต่เพราะมันใกล้มากขนาดที่เดินข้ามฝั่งไปก็ถึงเลยคนส่วนใหญ่เวลามาเที่ยวนิวคาสเซิลก็มักจะไปที่นี่ด้วย Baltic นั้นเป็นแกลเลอรีศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษที่ไม่มีคอลเล็กชั่นประจำ หรือก็คือ ศิลปะที่นำมาแสดงในแกลเลอรีนี้นั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีซ้ำกัน!


นอกจากนี้แล้วในเมืองนั้นก็จะมีกิจกรรมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต ตลาดขายของวินเทจ ตลาดนัดช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าช่วงไหนใกล้เทศกาลอะไร ทุกที่เขาก็จะพร้อมจัดเฉลิมฉลองกันหมด นับว่าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากจริงๆ




6. It has the first tilting bridge – มีสะพานเอียงได้แห่งแรกของโลก

ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด สะพานสวยๆ ในรูปเรียกว่าสะพานมิลเลนเนียม (Millennium Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานที่เชื่อมระหว่างเมืองนิวคาสเซิลกับ Gateshead ตรงกลางสะพานนั้นจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง มีฝั่งที่นั่งเล่นได้และอีกฝั่งที่ให้จักรยานผ่าน (ตามพื้นจะมีกันลื่น) ปกติก็เป็นแค่แลนด์มาร์กแถวย่าน Quayside ให้คนมาถ่ายรูปเล่นกันแหละ พอกลางคืนก็จะเปิดไฟหลากสีสัน แล้วแต่ความโชคดีของเราว่าจะได้เห็นสีไหน เพราะว่าสีจะเปลี่ยนไปทุกวันเลย ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่สะพานก็เปลี่ยนสีเป็นสีธงชาติยูเครนด้วย


และความพิเศษของมันก็อยู่ตรงที่ไอ้สะพานเนี้ยมันหมุนขึ้นได้ เวลาที่มีเรือลำใหญ่ๆ แล่นมา เขาจะยกสะพานขึ้น แต่ไม่ได้เหมือนตามปกติที่เขาจะยกขึ้นตรงๆ อันนี้มันหมุนเอาจ้า แล้วผู้คนที่จะเดินข้ามฝั่งก็ต้องรอกันไป เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นง่ายๆ เท่าไหร่ เฟิร์นอยู่มา 8 เดือนก็เพิ่งเคยเห็นแค่ 2 ครั้งเท่านั้น




7. Near the sea and nature - อยู่ใกล้ทะเลและธรรมชาติ

นิวคาสเซิลเนี่ยอยู่ใกล้ทะเลมาก ใกล้สุดก็คือ Tynemouth Beach และ Whitley Bay แบบนั่งรถเมโทรออกไปแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ตามริมชายหาดก็มักจะมีร้านขาย Fish & Ships บางทีก็มีสวนสนุกมาตั้ง วันที่อากาศดีๆ นั้นจะสวยมาก แต่ก็สามารถหนาวได้สุดๆ เช่นกัน เพราะมันตอนเหนือของเกาะอังกฤษเลยอ่ะนะ



นอกจากทะเลแล้วก็ยังมีสวนสาธารณะ ที่ใหญ่ๆ ในนิวคาสเซิลก็จะเป็น Exhibition Park ที่มีทั้งคอร์ทเทนนิส ลานบาสเกตบอล พื้นที่ให้นั่งปิกนิกใหญ่โตและคาเฟ่ข้างในอีกด้วย แถมยังอยู่ใจกลางเมืองเลย ต่อมาที่ฮิตมากๆ และเฟิร์นเองก็ชอบมากเช่นกัน ก็จะเป็นที่ Jesmond Dene ที่นี่เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีทั้งสวนสัตว์ขนาดเล็กและน้ำตกเลยทีเดียว วันไหนแดดร้อนๆ ผู้คนก็จะนิยมไปที่นี่แหละ บรรยากาศดีมากๆ เรียกได้เลยว่านิวคาสเซิลนี่เป็นเมืองที่ครบครันจริงๆ




8. Tons of restaurants to try – มีร้านอาหารนับไม่ถ้วนให้ไปลอง

ก็บอกไปแล้วว่าผู้คนที่นี่มาจากหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นร้านอาหารที่นิวคาสเซิลจึงหลากหลายไปด้วย นอกจากอาหารอังกฤษทั่วไปแล้วเรายังสามารถทานอาหารนานาชาติได้ที่นี่ อีกทั้งในเมืองยังมี China Town อีกต่างหาก ไม่ว่าจะร้านอาหารจีน ญี่ปุ่น ร้านชานมไข่มุก ร้านขายมัทชะ (ทั้งมัทชะลาเต้ ไอศกรีมมัชชะ พุดดิงมัทชะ ฯลฯ มีหมด!) ตลอดจนอาหารอิตาเลียน กรีก สเปน ไทย ตุรกี เยอรมัน เวียดนาม อินเดีย และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะลองหมด อย่างนี้ไม่รู้จะรักยังไงไหว




9. Seagulls are everywhere - นกนางนวลครองเมือง

ด้วยความที่มันเป็นเมืองท่า ไม่ได้ไกลจากทะเลมาก นกนางนวลก็เลยเพียบบบ แล้วไม่ใช่แค่แถบริมแม่น้ำด้วยนะ ใจกลางเมืองก็มี ฮ่าๆๆ แถมยังชอบมาแย่งอาหารกับพวกนกพิราบในเมือง แล้วตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลยด้วย ไปที่ไหนก็เจอ แล้วตามสะพานก็จะเป็นพื้นที่สร้างรังของเจ้านกพวกนี้ หรือข้างบนแกลเลอรี Baltic ก็เช่นกัน แต่ละตัวนั่งเรียงกันเป็นแถวเลย แปลกมากกกก แต่ก็ตลกดี




10. Quayside Sunday Market is a Must – ตลาดนัดริมน้ำทุกวันอาทิตย์คือพลาดไม่ได้

นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เฟิร์นโปรดปรานที่สุดแล้ว เพราะย่านริมน้ำที่เรียกว่า Quayside นี้เขามีตลาดนัดกันทุกวันอาทิตย์ค่ะ และขายทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก อาหาร หนังสือ เบเกอรี เสื้อผ้า ของมือสอง ของเล่น ชา-กาแฟ ไอศกรีม วาฟเฟิล ชูโรส สบู่ ของแต่งบ้านและอื่นๆ มาเดินได้ทุกอาทิตย์ก็ไม่มีวันเบื่อ เพราะทั้งบรรยากาศดีและน่าเดินสุดๆ


เล่ามาขนาดนี้แล้วไม่แวะมาเยี่ยมเยียนเมืองนิวคาสเซิลบ้างไม่ได้แล้ว ใครมีโอกาสได้มาอังกฤษก็มาเที่ยวได้นะคะ สถานที่เที่ยวที่นี่เยอะ ใกล้ๆ ก็ยังมีปราสาท Alnwick ที่เป็นที่ถ่ายทำฉากเรียนควิชดิชในแฮร์รี พอตเตอร์ภาคแรกด้วย (นี่ยังไม่นับโบสถ์ที่เมือง Durham ที่ติดกับนิวคาสเซิลและเป็นสถานที่ถ่ายทำแฮร์รีเช่นกัน) จริงๆ เกาะอังกฤษนั้นไม่ใหญ่เลย ใครมาจากลอนดอนนั่งรถไฟประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงนิวคาสเซิลแล้ว ดังนั้นภาคใต้ (ลอนดอน) กับภาคเหนือ (นิวคาสเซิล) ใกล้กันนิดเดียว แถมจากนี่นั่งรถไฟไปเที่ยวเอดินบะระที่สกอตแลนด์ได้ในเวลาแค่ชั่วโมงนิดๆ


มาเถอะ แล้วจะติดใจ :)


xx

FernniZ


Instagram : fernniz.k

Twitter : fernniz

Facebook Page : fernniz



0 comments